sewing

กระเป๋าจากผ้าเช็ดมือ

posted on 26 Jan 2012 13:40 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
หายหน้าไปพอสมควร ด้วยเหตุหลายๆ ประการ โดยเฉพาะเรื่องอากาศที่แปรปรวน แถมมะม่วงออกดอกกันเป็นบ้าเป็นหลัง เนื่องจากได้แช่น้ำมานาน ทำเอาภูมิแพ้ ซึ่งไม่เคยเป็นมานาน กำเริบเสียจนเซ็ง ทั้งมาโดนกดดันด้วยงานที่เยอะแยะท่วมหัวอีก เฮ้อ!  บ่นไปยังงั้นแหละ ตามประสาคนขี้บ่น
*
*
*
กระเป๋าใบนี้จริงๆ ทำมานานมากแล้ว ตั้งแต่เริ่มหัดเย็บผ้ามั้ง  ใช้วิธีทำแอพลิเคแบบง่ายๆ และรวดเร็ว ด้วยการลอกแบบบนเยื่อกระดาษกาวสองหน้า รีดติดไปบนผ้าก็ด้านหนึ่ง แล้วก็ตัดเป็นรูปร่างนำไปติดบนผ้าที่เป็นพื้นหลัง
ครั้งนี้ใช้ผ้าเช็ดมือ- เช็ดจาน แบบที่ใช้อยู่ในครัวนี่แหละ เป็นผ้าฝ้ายทอ ซื้อมาจากสิงคโปร์เมื่อนานมากแล้ว ผืนละ 1 เหรียญ ก็ประมาณ 20 กว่าบาทตอนนั้นเพราะเห็นถูกดี จริงๆ บ้านเรามีขายเยอะแยะไป
  ผ้าเช็ดมือ ทำจากผ้าฝ้ายทอ ขนาดไม่แน่ใจ ประมาณ 40x50 ซม.
เอาผ้ามาทบครึ่ง แล้วก็กะระยะที่สันทบเผื่อไว้เป็นก้นกระเป๋า จากนั้นก็รีดผ้าที่ตัดเป็นรูปร่าง ติดลงไป การติดก็ดูว่าชิ้นส่วนไหนอยู่ล่างสุดก็ติดลงไปก่อน จากนั้นก็คัตเวิร์คไปรอบๆ รูป เท่านี้ก็สำเร็จ
ง่ายใช่ไหมล่ะ
 ลายที่ใช้ทำ จำได้ว่ามาจากหนังสือภาษาอังกฤษ ในเล่มมีลายเกี่ยวกับแมวๆ  แมวตัดนี้โหดมาก เพราะมีนกอยู่ในท้องมันด้วย
จากนั้นก็นำผ้าที่ได้มาจัดการให้เป็นกระเป๋า โดยนำผ้ากางเกงยีนซึ่งน้องชายตัดขาทิ้ง เอาขากางเกงมาเลาะออกเป็นผืน แล้วก็จัดการตัดแบ่งผ้าเป็นพนังกระเป๋าสองข้าง กับหูหิ้ว โดยส่วนหูหิ้วจะใช้ตรงส่วนที่เป็นตะเข็บคู่ข้างกางเกง จะได้ไม่ต้องเย็บมากเพราะผ้ายีนเนื้อจะหนา เย็บยาก
     
พนังข้างกับหูหิ้ว
นำพนังที่ได้มาเย็บต่อกับส่วนข้างกระเป๋าและก้น ได้ถุงมา 1 ใบ ริมผ้าของผ้าเช็ดมือที่เขาเย็บมาแล้ว ไม่ต้องเลาะออก เพราะนั่นจะเป็นตะเข็บชั้นดี ไม่หลุดลุ่ย  ส่วนที่เป็นผ้ายีนก็ซิกแซกริมสักหน่อยไม่ให้ลุ่ยก็ใช้งานได้ดีทีเดียว  จากนั้นก็ติดหูหิ้วไว้ด้านใน การทำหูหิ้วก็จะเย็บผ้ายีนกับซับใน แล้วก็กลับผ้าออกมา จากนั้นก็ม้วนริมเข้าหากัน สอยให้ติดกัน เหลือตรงปลายไว้สำหรับเย็บติดกับตัวกระเป๋า จากนั้นก็หาผ้ามาปิดปลายหูหน่อยนึง  
 อ๊ะ! สำเร็จแล้วจ้า 
ง่ายและเร็ว แต่อย่าซักบ่อยนะคะ เพราะการแอพลิเคแบบนี้ เราไม่ได้เก็บริมผ้าซ่อนไว้ เวลาซักบ่อยๆ ริมผ้ามันจะลุ่ยไปเรื่อยๆ  
บล็อกวันนี้ก็เลยใช้เวลาเขียนไม่มากเท่าไร
ช่วงนี้ไม่ได้เย็บผ้าอย่างจริงจังเลย ขอเวลาจัดตารางชีวิตใหม่สักพัก แล้วจะหาอะไรทำสนุกๆ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะคะ
อ้อ! เพื่อนๆ พี่ๆ น้อง ๆ ช่วงนี้สังคมรอบตัว และการเมืองกำลังวุ่นวาย ทำอะไร คิดอะไร หรือจะลงชื่ออะไร ขอให้ศึกษาข้อมูลเรื่องเหล่านี้ให้ดีก่อน 
มีสติ คิดไตร่ตรอง หาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะ   

หัดทำกระเป๋าปากโลหะ

posted on 04 Jan 2012 15:55 by sewingmania in sewing
ห่างหายไปนานมากๆ มาถึงวันนี้ก็เกือบๆ 3 เดือน
 
(((((((((( เป็นยังไงกันบ้าง )))))))))))
 
)))(((------สุกหรือสุข ??? กันดีไหมคะ-----)))(((
 
โดยส่วนตัวก็สุขดีค่ะ แค่รู้สึกว่า เดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมาหายไปก็เท่านั้น
 
น้ำท่วมตั้งหนึ่งเดือน เลยต้องไปใช้ชีวิตระเหเร่ร่อนอยู่ตามบ้านญาติๆ ไม่ได้ทำการทำงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไรเลย แถมป่วยซะอีก...
 
....กลับมาบ้านยังงงอยู่ว่า นี่ฉันมาบ้านใคร ถนนหนทางมันเปลี่ยนไป รถราก็หายไปหมด แต่ที่มีเพิ่มขึ้นคือขยะกองโต
...พยายามใช้ชีวิตปกติ กิน นอน อยู่ท่ามกลางกองสัพเพเหระที่ขนหนีน้ำ ลุยน้ำไปทำงานจนกระทั่งน้ำลด สนุกดีแท้ แต่เหนื่อยมากนะ... ชีวิตคนไทย
ได้มีโอกาสไปขายของที่ art market ในงานบ้านและสวนแฟร์กับเขาด้วย ดูแล้วให้อนาถใจตัวเอง เพราะมีของไปขายไม่กี่ชิ้น วันแรกก็ขายไปเกือบหมด เพราะขายถูกแบบน่าตกใจ คนได้ไปไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ แต่ก็เห็นยิ้มร่ากันไปทุกคน...ปีหน้าแวะมาซื้อใหม่นะคะ
เพื่อนบอกว่า ของที่เอามาขายมันเป็นของที่เราไม่ได้ใช้แล้วทั้งนั้น จะเอาตังค์อะไรมากมายล่ะ อืม... ฟังแล้วสบายใจขึ้นเยอะ แต่แอบตาร้อนผ่าว เพราะเพื่อนๆ ในก๊วนมันขายได้เยอะกว่า 555+ อันนี้พูดเล่นน่ะ
ในระหว่างที่ไม่มีของจะขาย เพื่อนก็บังคับให้ไปทำมาเพิ่ม เฮ้อ... ไม่รู้จะทำอะไรดี ขี้เกียจแล้วล่ะ แถมมาเจองานที่อยากให้มันเสร็จๆ ไปไวๆ อีก เลยไม่ค่อยมีสมาธิจะทำอะไร 
เหลียวมองไปรอบข้าวของที่มากมาย ก็ได้เจอปากกระเป๋าโลหะ 3 อันซึ่งซื้อมาหลายปีแล้ว ประมาณ 3 ปีหรือมากกว่านั้น สมัยที่เขาฮิตทำกระเป๋าแบบนี้กัน ตามท้องตลาดเขาเรียกกันว่า กระเป๋าปิ๊กแป๊ก ไม่รู้ใครตั้งชื่อ น่ารักและสื่อความหมายได้ดีทีเดียว
 
จริงๆ อยากได้แบบกระเป๋าสำเร็จมาทำ แต่ไม่รู้จะหาที่ไหน ก็เลยสร้างแบบเอง ทำไปมั่วๆ อีกเช่นเคย แต่เค้าก็มีหลักการของตัวเองเหมือนกันนะ
เริ่มจากวัดความกว้างของปากกระเป๋าก่อน แล้วมาคิดคำนวณความลึกของกระเป๋า ก็กะไว้ที่ประมาณ 3 เท่า ถ้ากว้าง 1 นิ้วก็ลึก 3 นิ้วประมาณนั้น เอ... ถ้า 3 นิ้วมันไม่เป็น 9 นิ้วเหรอเนี่ย นี่ก็ลึกไปไหม ??? 
 
มาสร้างแบบ อยากได้แบบไหนก็สร้างเอา
 
แบบแรก  สร้างแบบมีความหนาของตัวกระเป๋า ซึ่งต้องสร้างแบบแผ่นหน้า-หลังให้ได้ก่อน จากนั้นจึงวัดเส้นรอบรูปแล้วตีออกมาเป็นแผ่นข้างกระเป๋า
 
 
แบบนี้มีความหนา ใช้ลายผ้าช่วยให้ดูเหมือนต่อผ้า
 
แบบที่สอง ขี้เกียจมีความหนา เอามันแบนๆ นี่แหละจะได้เสร็จเร็วๆ ก็เลยสร้างแบบเฉพาะแผ่นหน้าแผ่นเดียว เป็นได้ทั้งแผ่นหน้า-หลัง
 
 
แบบนี้เอาผ้าที่เคยเย็บต่อไว้มาทำ  ด้านหลังต่อผ้าเลียนแบบข้างหน้า แต่ไม่มีลายตะกร้า
 
การทำแบบใช้วิธีเอาปากกระเป๋ามาวางบนกระดาษ ขีดเส้นที่รอบนอกปากกระเป๋า คือจากปลายปากกระเป๋าด้านหนึ่งถึงอีกด้านหนึ่ง หาจุดกึ่งกลางแล้วกะความสูงของกระเป๋า ขีดเส้นก้นกระเป๋า ที่จุดปลายปากกระเป๋าทั้งสองด้านก็ลากเส้นลงมาถึงก้นกระเป๋า ถ้ามันดูแบนไปก็ให้ขีดเส้นองศา ตรงก้นก็ทำแบบเดียวกัน จากนั้นก็วาดส่วนโค้ง 
 
ตัดกระดาษแล้วประกอบรูปทรง ถ้าเห็นท่าไม่ดี คือไม่สวยก็ให้สร้างใหม่ แต่ถ้าสวยแล้วก็แกะออก แล้วเอาแบบมาตัดผ้า
 
แบบนี้ไม่ต่อผ้า แต่ควิลท์เป็นลายตาราง
 
ซ้อนผ้ากระเป๋า แผ่นใย และซับใน แล้วเย็บรอบเส้นแบบ แต่เว้นช่องไว้กลับผ้า เมื่อกลับผ้าเสร็จก็สอยปิดช่อง ควิลท์ลายตามชอบ ทำสองแผ่น เอามาประกบกันแล้วสอยหลบหลังคาให้สองชิ้นติดกัน ถ้ามีความหนาของกระเป๋าก็สอยแผ่นหน้าติดกับความหนาก่อน แล้วจึงติดแผ่นหลัง จากนั้นนำมาสอดที่ปากกระเป๋า ซึ่งจะเป็นราง ขอบด้านในจะสั้นกว่า เย็บจากด้านใน โดยแทงเข็มผ่านรูบนปากกระเป๋า เย็บแบบด้นถอยหลัง ใช้ด้ายควิลท์ 2 เส้น ถ้าอยากได้แน่นหนากว่านี้เย็บอีกรอบ แต่ต้องระวังเข็มแทงมือ
 
จริงๆ เดี๊ยวนี้มีปากกระเป๋าแบบเก๋ๆ มาขายพร้อมกับชุดคิทด้วย ใช้เชือกกับกาวอัดลงไปในรางปากกระเป๋า ซึ่งอันนี้เคยเห็นยังไม่เคยลอง เลยไม่รู้ว่ายากง่ายประการใด ใครลองทำแบบบอกกันมั่งนะคะ
 
หลังน้ำท่วมคุณๆ ได้ข้อคิดอะไรบ้างคะ หลายคนที่ฉันรู้จักต่างก็เห็นสัจธรรมของชีวิต เผลอๆ คงถึงนิพพานกันไปหลายคนแล้ว 
 
สุดท้ายขอรวบรวมข้อคิดที่ได้มาจากคนที่อยู่รอบตัว ที่แนะนำให้เตรียมพร้อมกับน้ำท่วมครั้งต่อไป จนฉันเวียนหัวไปหมดแล้วล่ะค่ะ
 
  • ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าอย่างที่อยากจะทำ
  • ไม่เบียดเบียนใคร แต่ก็อย่าให้ใครเบียดเบียน 
  • เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ของบริจาคก็อย่าเก็บไว้คนเดียว แบ่งคนที่เขาไม่มี ไม่ได้บ้าง เวลาที่มีหน่วยงานไหนมาแจกของก็ต้องรีบบอกให้ได้ต่อคิว
  • ไม่สะสมข้าวของให้มากเกินไป (น้ำท่วมแล้วขนก็ไม่ไหว แถมไม่มีที่เก็บ เป็นภาระ)  
  • ของมีค่าเก็บไว้ใกล้ตัว หรือไม่ก็ฝากธนาคารไว้ 
  • มีสติ และเตรียมตัวให้พร้อม (เตรียมเรือ ชูชีพ ข้าวสาร อาหารแห้งไว้ซื้อใกล้ๆ หรือไม่ก็รอเขามาแจก เปลี่ยนรถใหม่ให้ลุยน้ำได้ เตรียมจองหอพัก คอนโด โรงแรม บ้านญาติ)
  • ดูแผนที่ให้เป็น หาพิกัดบ้านตัวเองให้เจอ

ยังมีอีกเยอะค่ะ ขี้เกียจจดแล้ว แต่ถ้ามีอันไหนที่ดูกวน มึน ฮา จะเอามาเล่าให้ฟังนะคะ

   
ที่จริงเขียนบทความนี้ตั้งแต่เมื่อวันวาน เขียนค้างไว้ก่อนไปเข้าประชุม แล้วก็กลับมาเขียนต่อ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพราะระบบเทคนิคมีปัญหานิดหน่อย เครื่องไม่ให้บันทึกข้อความ ก็เลยต้องปิด แต่ก็โชคดีมากที่ทางเว็บทำเป็นไฟล์สำรองไว้ให้ วันนี้ก็เลยไม่ต้องตั้งต้นใหม่
เคยเห็นพี่สาวใจดี ทำเวิร์คชอป bag in bag มานานแล้ว แล้วเคยเห็นใน FB ของเพื่อนคนหนึ่ง ล่าสุดเห็นเขาขายที่ตลาดนัด (ไฮซ้อ-คู่แข่งไฮโซ) แถวบ้าน ราคาขาย 49 บาทเอง ไปเลือกๆ กะเขาเหมือนกัน แต่สีสัน ลวดลายไม่ถูกใจ ก็เลยไม่ได้ซื้อ จริงๆ แอบคิดในใจว่า เย็บเองก็ได้นี่นา...
หลังจากลืมๆ ไปแล้ว ก็บังเอิญมาเปิดนิตยสาร cotton time เจอ..ก็เลย เอาน่า...ลองสักหน่อยนึง ให้รู้ว่าเขาทำกันยังไง ว่าแล้วก็ไปหากระดาษมาทำแบบ พยายามสร้างแบบให้แบ่งได้เลขที่หารกันแล้วลงตัว ไม่ต้องเศษทศนิยมให้ปวดหัว
 
ชิ้นแรก คือส่วนตกแต่ง หรือกระเป๋าตัวนอก มีส่วนต่อผ้าเป็นลาย pinwheel  2 ชุด ชุดหนึ่งแบบครบลาย อีกชุดเล็กกว่า กะให้ใส่โทรศัพท์มือถือได้ ชิ้นบนซ้ายเป็นผ้าสักหลาด สองชิ้นล่างเป็นผ้ายีนเนื้อบาง จริงๆ อยากใช้ผ้ายีนทั้งหมด แต่มีไม่พอ หลังจากต่อผ้าทั้งหมดได้ 1 แผ่น ก็เอามาซ้อนผ้าซับใน เพิ่มแผ่นใยแบบบางตรงกลาง เพื่อเก็บลายต่อต่างๆ ไม่ให้รบกวนการใช้งาน แล้วก็ควิลท์ 
 
อีกแผ่นเป็นตัวกระเป๋า ความกว้างเท่ากัน แต่ยาวกว่า ด้านละประมาณ 10 ซม. ครั้งนี้ใช้แผ่นผ้าหนังเทียม ซึ่งเนื้อผ้าลื่น ดูดตีนผีดีนักแล  ติดฝากระเป๋าเตรียมไว้ และตัดแผ่นใยบางและซับในรอไว้ (ตามแบบ เป็นงานทดลองไม่ได้ใช้แผ่นใย กลัวจักรเย็บไม่ไหว)
พอเตรียมทั้งสองส่วนเสร็จ ก็เอาชิ้นแรกมาเย็บติดกับตัวกระเป๋าซึ่งซ้อนใยรอไว้ตามตำแหน่ง เย็บช่องกระเป๋าต่างๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ประกบตัวกระเป๋ากับซับใน เย็บที่ปากกระเป๋าทั้งสองด้าน จากนั้นก็ดึงซับในออกจากตัวกระเป๋า โดยที่ผ้าซับในด้านถูกยังประกบกันอยู่ด้านใน เราก็จะได้แผ่นผ้ายาวๆ ด้านหนึ่งเป็นตัวกระเป๋า อีกด้านเป็นซับใน จากนั้นก็เย็บด้านข้าง เริ่มจากก้นซับในที่ทบผ้าไว้มาถึงก้นกระเป๋าที่ทบไว้อีกฝั่ง ส่วนทางด้านข้างทางซ้ายมือ ให้เว้นช่องไว้กลับผ้า (ที่ผ้าซับใน) สัก 10-12 ซม. พอเย็บเสร็จก็จับตะเข็บก้นกระเป๋าให้อยู่กึ่งกลางเส้นก้นกระเป๋า ซึ่งก็จะได้ผ้าเป็นมุมแหลม เย็บขวางเส้นนั้น ปลายผ้าก็จะเป็นสามเหลี่ยม เย็บให้แน่นๆ แล้วตัดมุมทิ้งไป ทำที่มุมทุกด้าน (รวมซับใน) กลับผ้าเอาตัวกระเป๋าด้านที่สวยงามออกมาโชว์ เย็บล้มตะเข็บบนปากกระเป๋าด้วย จะได้สวยงามยิ่งขึ้น
 
 ก้นกระเป๋า
ตอนเย็บจะลำบาก เพราะตีนผีดูดหนังเทียม ให้หากระดาษลอกลายบางๆ หรือกระดาษ a4 ที่ไม่ใช้ซ้อนไว้ แล้วเย็บไปบนกระดาษ ก็จะเย็บได้ เสร็จแล้วตกแต่งอีกนิดหน่อย เช่น ติดมือจับ จะได้สะดวกเวลายกกระเป๋าเข้า-ออก
 ด้านนี้ได้ 3 ช่องสำหรับใส่ของชิ้นไม่ใหญ่ ช่องกลางต่อผ้าผิดไปหน่อยนึง ผ้าสีเลยชนกัน อันนี้ตอนแรกเข้าใจผิดว่าเป็น 3x3 ช่อง แต่จริงๆ ต้องเป็น 4x3 ช่อง เลยได้ลายมั่วๆ ไปหน่อย
 ด้านนี้มี 2 ช่อง ช่องใหญ่กว่าทำจากผ้าสักหลาด มีฝากระเป๋าให้ดูเก๋ๆ ขาดก็แต่กระดุมตกแต่ง
 ขนาดเหมาะกับกระเป๋าพอดี
วันนี้ไม่มีเรื่องเล่าให้ฟังเป็นชิ้นเป็นอัน มีคนปรารภให้ฟัง ก็เลยเอามาเล่าต่อ 
ตอนนี้เข้าสู่ยุคลูกเสี่ยขึ้นแท่น เข้ามาควบกิจการบริษัท  การบริหารจัดการก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เน้นความรวดเร็ว ไม่สนใจความถูกต้องหรือกาละเทศะใดๆ ไม่มีหลักการหรือจุดยืนที่ชัดเจน เปลี่ยนแปลง ยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา ทุกวินาที จ่ายได้ทุกอย่างเพื่อความสะดวกสบายของตัวเอง และพวกพ้องบางคน และจะถอนทุนคืนแบบสุดๆ  ไม่ใจป้ำเหมือนเสี่ยที่ชอบแจกเด็กนั่งดริ้ง แต่ยุคลูกเสี่ยนี่เด็กนั่งดริ้งต้องคิดหนัก เพราะอาจจะถูกกินฟรี
ถ้าเป็นลูกชาวนา-คนชั้นกลาง ก็เป็นแบบที่พ่อแม่เลี้ยงมาอย่างดี ไม่เคยต้องไปหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อดๆ อยากๆ จึงรู้จักแต่เป็นเจ้าคนนายคนจริงๆ สมองจึงสั่งการแค่ให้ชี้นิ้วอย่างเดียว ไม่ฟังใคร ข้าเท่านั้นที่ใหญ่ ที่เจ๋ง ประจบสอพลอเป็นที่หนึ่ง เพราะเคยฝึกประจบพ่อแม่มาจนเคยตัว เห็นใครดีกว่าเป็นไม่ได้เชียว...ฮึ...ชอบคิดนโยบายแปลกๆ คือยึดหลักการตามที่เรียนมา ไม่สนใจทิศทางลมหรือขนบธรรมเนียมและความเป็นจริงของชีวิต ชอบสร้างกระแส ที่สุดท้ายก็ทำลายตัวเอง  
อืม... น่าคิดเนอะ ถ้าคนแบบนี้ไปบริหารประเทศ บริหารบริษัท ดูแลครอบครัว ก็คง...เจริญดีเนอะ
แล้วต่อไปจะเป็นยุคไหนล่ะเนี่ย ชักจะปรับตัวไม่ทันแล้วสิ    
ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก