ผ้ากันเปื้อนของเด็กๆ

posted on 15 May 2012 10:42 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
ช่วงนี้ในสำนักงานมีคุณแม่ลูกอ่อน ลูกวัยเข้าอนุบาล คุณแม่ตั้งครรภ์ แถมด้วยคุณพ่อลูกอ่อน ลูกวัยอนุบาล ฯลฯ ก็เลยทำให้ดูคึกคัก ครื้นเครง ขวักไขว่ สนุกไปอีกแบบ เดี๋ยวโรงเรียนเปิดก็คงสงบเงียบเหมือนเดิม
 
ช่วงนี้ก็เลยคิดทำอะไรสนุกๆ แต่ก็ต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน หันไปเจอ cotton time ฉบับพิเศษ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวแบบพื้นๆ ของงานแพชเวิร์ค ก็เลยเอามาเปิดๆ ดู....เห็นชิ้นงานนี้เข้า แต่เขาไม่แสดงวิธีทำ มีแต่แพตเทิร์นมาให้ก็เลยลองทำดูค่ะ ไม่ได้เก่งอะไร อาศัยดูรูปจากชิ้นงานอื่นๆ ที่มีการทำงานคล้ายๆ กันประกอบค่ะ
 
ชิ้นงานนี้เป็นหกเหลี่ยม ซึ่งสามารถใช้วิธีการต่อผ้าแบบมุมชนมุม หรือใช้เทคนิคห่อแพตเทิร์นที่เรียกว่า english paper piecing อันนี้ชื่อเรียกแบบอังกฤษ อเมริกา ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า paper liner ในที่นี้เลือกแบบห่อแพตเทิร์นนะคะ เพราะอยากทดลองทำมานานแล้วค่ะ
 
เริ่มจากสร้างแพตเทิร์นบนกระดาษตามขนาดที่ต้องการ ทำ 2 ขนาดคือ
  • ขนาดจริงของลายที่ต้องการ จำนวนตามต้องการ
  • ขนาดที่เผื่อตะเข็บ ใช้เป็นแพตเทิร์นสำหรับตัดผ้า โดยเผื่อตะเข็บเย็บโดยรอบ 0.7 ซม. ถ้าใครคิดว่ามีฝีมืออาจใช้แค่ 0.5 ซม.ก็ไม่ว่ากัน
กระดาษที่ใช้ทำก็ไม่แข็งหรือหนาจนเกินไป หรือจะใช้แผ่นพลาสติกทำแบบก็ได้  ส่วนฉันใช้กระดาษกล่องขนม จะได้ช่วยลดโลกร้อนไปด้วย
 
  
 
เมื่อได้แพตเทิร์นก็เอาแพตเทิร์นที่เผื่อตะเข็บมาวางตัดผ้า ถ้าใช้ผ้าสีเดียวกันก็วาดเรียงต่อกันไป ทำให้ไม่เหลือเศษให้สิ้นเปลือง แต่ถ้าใช้สีละชิ้นก็อาจจะเปลืองนิดหน่อย
 
   
 
นำชิ้นงานมาจัดเรียง แล้วก็เริ่มวิธีการห่อผ้า ฉันลอกแบบขนาดจริงไว้บนผ้าด้วยก่อนวาดกระดาษแบบ (ถ้าขี้เกียจให้ใช้ไม้กรีดผ้า ---ไม่รู้เรียกถูกไหมนะคะ กดผ้าเป็นรอยตามแบบ) พับริมผ้าเข้ามาก่อนสองด้าน จากนั้นก็เย็บตรึงที่มุมผ้า โดยแทงเข็มกลับเข้าหาตัว ไม่ต้องเย็บถึงกระดาษนะคะ แล้วก็ไขว้เข็มโยงด้ายไปที่มุมถัดไป ทำจนครบทุกมุมแล้วผูกปม ไม่ต้องแน่นมาก แล้วรีดให้เรียบ
 
  
 
เมื่อทำชิ้นงานครบก็เอามาต่อกัน ในที่นี้ต่อกันเป็นดอกไม้ค่ะ เมื่อแยกดูแล้วจะเป็น 3 แถว
แถวที่ 1 =2 ชิ้น
แถวที่ 2 = 3 ชิ้น 
แถวที่ 3 = 2 ชิ้น 
ต่อกันทีละแถว แล้วเอาแต่ละแถวมาต่อกัน ตามที่ต่อแถวกัน กระดาษแบบอาจจะแข็ง ทำให้เย็บลำบากก็ให้งอกระดาษเล็กน้อย ก็จะทำได้ง่ายขึ้นค่ะ เมื่อเสร็จก็พักไว้
 
  
 
ลืมบอกค่ะ การต่อกันเราจะประกบด้านหน้าชิ้นงานเข้าหากัน ให้ขอบเสมอกัน แล้วสอยพันริมจากทางด้านหลังชิ้นงาน เวลาสอยก็ให้ถี่นิดนึง ประมาณฝีเข็มละ 0.1-0.2 มม. เวลากางออกมาด้านหน้าจะเนียนสวย เรียบเสมอกันค่ะ
 
 
 
พอเสร็จก็พักไว้ แล้วมาทำผ้าฐาน หรือตัวผ้ากันเปื้อนค่ะ ถ้าไม่มีแพตเทิร์นก็ลองวาดเอา เว้าตรงคอก็กะให้โค้งพองาม ถ้าไม่แน่ใจก็ไปขอยืมแม่ๆ ลูกอ่อนมาทำแพตเทิร์นก่อนก็ได้ค่ะ
 
 
 
ตัวผ้ากันเปื้อนเราจะตัดเหมือนกัน 3 ชิ้น (ไม่ต้องเผื่อเย็บ) คือ ชิ้นหน้า แผ่นใยฯ (แบบบาง) หรือผ้ากาวแบบหนาก็ได้ และชิ้นหลัง  ถ้าใช้ผ้ากาวให้รีดติดที่ชิ้นหลังนะคะ เพราะชิ้นหน้าเราจะเอาลายดอกไม้หกเหลี่ยมไปแอพพลิเค
 
ก่อนนำลายดอกไม้หกเหลี่ยมมาแอพพลิเค ให้ถอดแบบกระดาษออกก่อน ใช้เหล็กแหลมค่อยๆ เขี่ยออกมา ส่วนด้ายที่เนาไว้จะตัดออกหรือไม่ก็ได้ 
 
  
 
การวางลายก็เลือกตามชอบ จะให้อยู่กลาง อยู่ข้างซ้ายหรือขวาก็ได้ตามชอบ พอได้ตำแหน่งที่ต้องการก็สอยให้ติดกัน วิธีสอยแบบนี้ไม่แน่ใจว่ามีชื่อเรียกไหม แต่มันจะคล้ายๆ การเย็บแผลของหมอน่ะค่ะ ทางการแพทย์เขาเรียกการเย็บแบบสองชั้น ภาษาอังกฤษจะเรียก Mattress stitch แปลกันซื่อๆ ก็เรียกว่า ฝีเข็มเย็บที่นอน โดยจะใช้เข็มตักผ้าชั้นล่างหน่อยนึงแล้วก็ดันปลายเข็มขึ้นมาตักผ้าชิ้นงานที่อยู่บน (ตรงสันทบ) อีกหน่อยแล้วดึงเข็มออก = 1 ฝีเข็ม ฝีเข็มจะซ่อนอยู่ระหว่างผ้าทั้งสอง พอเข้าใจนะคะ คล้ายๆ การสอยซ่อนด้ายชายกระโปรงนะค่ะ คนที่ทำงานนิตติ้งอาจจะพอนึกออก เป็นวิธีเย็บต่อชิ้นงานนิตติ้งแบบหนึ่ง
 
พอติดลายเสร็จก็เนาตรึงเพื่อควิลต์ ถ้าขยันก็ควิลต์ทั้งหมด ส่วนฉันมีเวลาน้อยก็เลยใช้ด้ายปัก 3 เส้นปักเนารอบๆ ลาย แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ สำหรับเด็กๆ
 
 
 
 
 
นำชิ้นหน้าที่ติดลายแล้วซ้อนบยแผ่นใยและผ้าชิ้นหลัง เนาทั้ง 3 ชั้นให้ติดกันก่อน หรือจะใช้จักรเย็บดดบรอบให้ติดกันก็ได้ แต่ใช้ฝีเข็มห่างหน่อย จากนั้นก็นำผ้าเฉลียงมากุ๊นขอบ จากนั้นก็กุ๊นต้องส่วนที่เว้าเป็นคอ ส่วนนี้ให้เผื่อผ้ายาวหน่อยสำหรับใช้ผูกด้วย เท่านี้ก็สำเร็จค่ะ
 
เล่าละเอียดไปไหม หรือว่ายังละเอียดไม่พอก็บอกนะคะ
 
เทคนิคที่เรียกว่า english paper piecing เป็นเทคนิคการทำงานแอพลิเคอย่างหนึ่งซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานมากๆ ไม่แน่ใจว่าเล่าไปหรือยัง เท่าที่อ่านหนังสือมา สรุปคร่าวๆ ได้ว่ามักจะใช้กับชิ้นงานที่เป็นรูปหลายเหลี่ยม บ้างก็ใช้กันรูปทรงโค้งๆ กลมๆ และมีขนาดค่อนข้างเล็ก ที่ทำให้การจับผ้าเพื่อเย็บต่อกันทำได้ลำบาก แต่เราจะเห็นใช้กับรูปหกเหลี่ยมมากที่สุด เช่น ลายที่เรียกว่า Grandmother's Flower garden สวนดอกไม้ของคุณยาย ลายนี้คลาสสิคมากๆ เข้ากูเกิ้ลแล้วค้นหาดูนะคะ วันนี้ลืมหนังสือไว้ที่บ้าน เลยไม่สามารถเอาตัวอย่างมาให้ชมได้
 
english paper piecing นี้เป็นที่นิยมให้หมู่สาวๆ ชาวอาณานิคม (อเมริกายุคบุกเบิก) เป็นอีกลายที่ทุกคนต้องทำ แต่ทำเสร็จหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ในการเรียนแพชเวิร์คควิลต์ ลายนี้ก็เป็นลายแบบเบื้องต้นหลายหนึ่งค่ะ ไว้หาข้อมูลเพิ่มก่อนนะคะ
 
ขอให้มีความสุขค่ะ
 
 
   

simply is the best.

posted on 08 May 2012 10:39 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
ไม่ได้แวะเวียนมาพักหนึ่ง เพราะงานประจำยังเยอะเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เพิ่มกิเลสด้วยการดูซีรีย์เกาหลี ตอนนี้มีเรื่องน่าดูอยู่หลายเรื่องค่ะ ก็ต้องแบ่งเวลากันไป เอาน่ะ ถือว่าผ่อนคลาย เลยไม่ค่อยมีเวลาได้เย็บผ้าเท่าไร ทำได้ก็แต่ของง่่ายๆ ซึ่งก็จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันส่วนตัวค่ะ
 
ไม่รู้ว่าสำนักงานอื่นๆ จะเป็นกันไหม แต่สำหรับที่สำนักงานของฉัน อาหารการกินแย่มากๆ ไม่สะอาด ไม่อร่อย รอนานเป็นชาติ แถมได้เมนูอาหารใหม่ที่ตัวเองไม่ได้สั่ง (ทำมาผิดตลอด) เวลาลงไปกินข้าวจะนึกอยากให้มีตู้อาหาร CP กับไมโครเวฟมาตั้งแทนร้านอาหารทุกครั้ง
 
แต่เราก็ทำได้แค่เดินตากแดดออกไปกินข้าวข้างๆ สำนักงาน เวลาไปก็จะมีสัมภาระติดตัวตามประสาผู้หญิง ตามปกติก็มีกระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้มีสิ่งของเพิ่มเติมเนื่องจากอากาศร้อนถึงร้อนมาก ก็เช่น ทิชชูแบบเปียก หรือผ้าเย็น พัดแล้วก็ร่ม ซึ่งเมื่อก่อนก็อาศัยกางกับเพื่อน แต่ตอนนี้เพื่อนบอกว่าให้หามาใช้เองซะบ้างนะเธอ หน้าฉันโดนรังสีอำมหิตของแสงแดดจนฝ้าขึ้นไปหมดแล้ว ซึ่งก็สร้างความพะรุงพะรังให้ฉันมากขึ้น...
 
ก็เลยคิดว่า น่าจะทำกระเป๋าเล็กๆ สักใบไว้ใส่สัมภาระเหล่านี้ตอนไปกินข้าวกลางวัน แต่จะทำอะไรที่ยุ่งยากไปก็ใช่ที่ เอาแบบง่ายๆ เสร็จเร็วๆ มีอะไรอยู่ใกล้ๆ มือก็คว้าๆ มาทำ งานนี้เน้นเลว เอ๊ย...เร็ว
 
  -------------------------
 
ถุงใบนี้ก็ทำแบบง่ายๆ ใช้เชือกเป็นอุปกรณ์รูดปิดปากถุง วิธีทำง่ายๆ หลายคนเห็นแล้วต้องบอกว่า ง่ายจริง และทำให้เสร็จได้ภายใน 20 นาที ซึ่งจริงๆ ฉันว่าเกินนะ เพราะแค่คิดหาขนาดที่พอใจก็ยังใช้เวลาไปหานาที มาถึงตอนนี้ยังจำไม่ได้เลยว่า ขนาดจริงๆ ของถุงใบนี้มันเท่าไรกันแน่ น่าจะกว้างประมาณ 15 ซม. สูงประมาณ 40-45 ซม. (รวมตะเข็บด้านละ 0.5 ซม.)
 
 
 
ตัวถุงแบ่งเป็น 2 ส่วนคือตัวถุงกับปากถุง ใช้ผ้า 2 แบบ แบบมีลายกับไม่มีลาย ทำปากถุงก่อน โดยตัดผ้าประมาณ 11 ซม. นำมาพับครึ่ง เย็บข้างขึ้นไป เว้นไว้ก่อนถึงสันทบประมาณ 3 ซม. กลับผ้าออกมาแล้วก็เย็บเดินเส้นเนารอบส่วนที่เว้นไว้ ทำ 2 ชิ้น
 
 
ส่วนตัวถุงและซับใน ตัดขนาดเท่ากัน แล้วพับครึ่ง เดี๋ยวจะคิดว่าฉันบอกขนาดผิด ตัวถุงควรติดผ้ากาวที่ผ้าซับในก่อน จะได้อยู่ทรงสวย หรือไม่ต้องก็ได้เอาสะดวกนะคะ ตัวถุงให้ติดห่วงผ้าที่คล้องห่วงตัว D ไว้สำหรับเกี่ยวสายคล้องเตรียมไว้
 
 
 
นำปากถุงมาประกบกับตัวถุงและผ้าซับใน เย็บปากกับตัวให้ติดกัน ทำทีละด้านนะคะ จากนั้นกางออก แยกตัวถุงกับตัวซับในออกไปคนละฝั่ง เย็บข้างตัวถุงและซับใน ทำไปทีละด้าน โดยเว้นช่องที่ซับในไว้ประมาณสัก 5 -8 ซม. สำหรับกลับผ้าด้านหน้าออกมา พอเย็บเสร็จก่อนกลับผ้าให้ทำมุมที่ก้นถุง โดยจัดกึ่งกลางของก้นถุงให้ตรงกับแนวเย็บข้างถุง ซับในก็ทำแบบเดียวกัน นำทั้งสองส่วนประกอบกัน เย็บแล้วกลับผ้า แล้วจึงสอยปิดช่องที่เว้นไว้
 
 
สอดเชือก นำหูกระเป๋าเก๋ๆ มาเกึ่ยวที่ห่วง เอาไว้คล้องแขนไปกินข้าวกลางวัน
น่ารักใช่ไหมล่ะ ลองทำดูนะคะ
 
 

กลับมาสู่สามัญ Back to basic

posted on 23 Apr 2012 11:11 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
เมื่อหลายวันก่อน น้องนำหนังสือมาให้ เป็นหนังสือแปลของไต้หวัน ของคุณชินนี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเย็บผ้าแบบที่ฉันชอบๆ อยู่ อ่านที่คำนำแล้วก็ชวนให้นึกถึงตัวเอง ไม่ได้อยากมีหนังสือแบบนี้หรอกนะคะ เพราะอย่างเราคงทำชิ้นงานคุณภาพแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ
 
เธอบอกว่าการทำงานควิลท์ของเธอเป็นเรื่องธรรมดา ตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน คิดอะไรก็ทำอย่างนั้น งานของเธอก็เลยรักษาระดับขั้นพื้นฐานตลอด ถูกใจมากค่ะ เพราะฉันก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ฉันค่อนข้างชอบงานที่ทำง่ายๆ มากกว่า 
 
ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าจะทำให้ซับซ้อนขึ้น แต่เนื่องจากเป็นคนไม่มีความซับซ้อน ไม่ได้ลึกซึ้งแบบปราชญ์หรืออะไร จำได้ว่าเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง เธอช่างคิด ซับซ้อนจนถึงขั้นสับสน ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะลำดับการทำงานอย่างไร จึงจะทำให้งานเสร็จ ชอบคิดแต่ว่าคนนั้นจะคิดยังไง แบบไหน ซึ่งอาจเป็นผลพวงของการเรียนจิตวิทยารึเปล่า อันนี้เล่าให้ฟังขำ ขำ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรได้ ก็เลยลาออกจากงานไปเปิดร้านอาหาร
 
ส่วนฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองไป
 
หลังจากพยายามทำงานคุณทวดเจนมา ก็เลยหาอะไรอย่างอื่นทำดูบ้าง แถมเพื่อนมาแอบถามๆ ว่า มีอะไรจะฝากขายบ้างไหม ฉันเปิดหน้าร้านแล้วนะ ...เฮ้อ...ฝีมืออย่างเรา สงสารคนซื้อจัง ....
 
ครั้งนี้เลยกลับไปหางานแบบพื้นๆ ดีกว่า ไปค้นเจอผ้าชุดหนึ่งที่ได้รับจากมิตรผู้อารี ตอนแรกตั้งใจจะทำแพตเทิร์นจิกซอร์ แต่เนื่องจากใช้ผ้าลายก็เลยมองไม่เห็นส่วนที่เป็นจิกซอร์ ก็เลยปรับใหม่เป็นต่อผ้าแบบสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ สุ่มตัวอย่างการวางลายจนได้มาอย่างที่เห็น
 
 
เทคนิคการต่อผ้า
1.ตรึงเข็มหมุดโดยหันปลายแหลมออกด้านนอก วิธีนี้จะทำให้เราสามารถพลิกผ้าขึ้นดูลายได้ง่าย
2.การเย็บ ด้านที่ไม่ต้องต่อกับชิ้นอื่นก็เย็บแบบริมถึงริม แต่ถ้าต้องต่อกับชิ้นอื่นก็เย็บแบบจุดถึงจุด
3.การล้มตะเข็บก็ล้มด้านใดก็ได้ ส่วนใหญ่จะล้มออกนอกตัว หรือล้มไปที่ด้านที่ผ้าสีเข้มกว่า
4.การต่อผ้าแบบสี่ชิ้น ก็ให้ล้มตะเข็บแบบกังหัน  
 
ต่อผ้าเสร็จก็ประกอบเป็นกระเป๋า ซึ่งตั้งใจว่าจะทำไว้ใส่มือถือกับตังค์นิดๆ หน่อย เวลาที่เดินไปกินข้าวกลางวัน ทำไปทำมาเอ๊ะ... ขนาดมันใหญ่พอจะใส่ซัมซุง แกแล็คซี่ แท๊บ ได้ 1 เครื่องสบายๆ ...อืม...หรือเราควรจะซื้อสักเครื่อง (ฮา ฮา)
 
ในกระเป๋า ตอนเรกจะทำเป็นช่องๆ ไปถามเพื่อนดิว เพื่อนบอกว่า เคยทำแต่ลืมไปแล้ว เอาตัวอย่างไปดูแล้วกัน ดูแล้วไม่มั่นใจ... ไว้คราวหน้าแล้วกัน....
คราวนี้เอาแบบมีช่องใส่ห่อกระดาษเช็ดหน้าไปก่อน ก็เลยได้มาอย่างที่เห็น แต่อาจจะไม่เรียบร้อยเท่าไรเพราะไม่ได้ทำนาน ตอนกุ๊นที่มุมโค้งก้นกระเป๋าเลยย่นๆ ไปหน่อย ตัวปิดฝากระเป๋า ตอนแรกว่าจะใช้กระดุมแม่เหล็ก แต่มีตัวใหญ่ไปหน่อยก็เลยเปลี่ยนเป็นแถบหนังติดกระดุมเป๊กแทน ก็เก๋ดี
 
ส่วนใบที่ 2 เกิดขึ้นจากพลังงานมีเหลือ ก็เลยเอาวิธีการเย็บผ้าแถบสี่เหลี่ยมที่เพื่อนดิวได้มาจากเว็บคุณแฮปปี้แนน แต่ของเขาเป็นกระเป๋าใส่เศษตังค์ ส่วนฉันทำใบใหญ่หน่อย ใช้วิธีการคล้ายๆ กัน 
แต่ของฉันทำเพราะสืบเนื่องมาจากการต่อผ้าเฉลียงกุ๊นกระเป๋าใบแรก ฉันจะงุนงงมากตอนที่ต่อแถบผ้าเข้าด้วยกัน หันปลายเฉียง ผิดตลอดเวลา เลาะไปก็หลายรอบ ก็เลยเอาแนวคิดที่ต่อผิดนี่แหละมาดัดแปลง แต่การจะใช้ผ้าเฉลียงทำกระเป๋ามันก็ใช่ที่ เพราะว่าเกรนผ้ามันยืดห็เลยตัดตามแนวผ้า ส่วนปลายก็ตัดเฉียงไว้ด้านหนึ่ง ตัดมา 4 ชิ้น เอา 2 ชิ้นมาต่อกันเป็นมุมฉาก ได้มา 2 คู่แล้วก็ต่อกัน เอ๊ะ...มันก็กลายเป็นกระเป๋าได้เหมือนกันนะ แต่ต้องหาวิธีเก็บตะเข็บด้านในหน่อย ตอนแรกฉันใช้การเย็บแบบหลบหลังคา ซึ่งจะเย็บยากต่อที่จับมุมผ้ามาเย็บต่อกัน ด้านในก็เลยเป็นตะเข็บลุ่ยๆ อยู่ คิดว่าใบต่อไปจะลองทำตะเข็บซิกแซกดูดีกว่า น่าจะทำให้เรียบร้อยขึ้น หูกระเป๋าก็ตัดผ้า 2 เส้นกับหนัง 1 เส้น เอามาซ้อนกันแล้วเย็บแบบดิบๆ ดูแล้วก็พอได้อยู่เหมือนกันนะ
   
ได้ก้นกระเป๋าเป็นทรงสี่เหลี่ยม               หูกระเป๋าให้เลือกโหมด เย็บย้ำ 3 เส้น
 
 
กระเป๋าทั้งสองด้าน เลือกสีได้ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไรนะคะ ตอนที่ทำคิดว่าจะทำไม่สำเร็จ ก็เลยมั่วๆ ไปก่อน
 
วันนี้เขียนเยอะไปรึเปล่า
ไว้พบกันใหม่นะคะ  

edit @ 25 Apr 2012 14:49:34 by bear a wish