sewing

หายหน้าไปนานมากๆ เพราะจัดระบบการทำงานและชีวิตประจำวันให้เข้าที่เข้าทางไม่สำเร็จสักที ชีวิตสับสนไปหมด....เพราะความโลภอยากได้ตังค์แท้ๆ...เลยสิ
 
ในระหว่างที่จัดระบบไม่ได้นี้ ก็หาเรื่องมาให้ยุ่งยากใหม่ซะอีก... ไปเข้าโรงเรียนกับเขาค่ะ....
...ตอนที่ตกลงใจไปนั้นจำได้ว่า ชีวิตกำลังอยู่ในระเบียบอันดี แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น...แต่ด้วยความเมตตาของพี่สาวใจดี...ยามนี้เลยต้องพยายามจัดตารางเวลาให้เข้าที่เท่าที่จะทำได้
 
เริ่มจากทำรายการการใช้ชีวิตในหนึ่งวันขึ้นมาดูว่า เสียเวลาไปกับเรื่องใดบ้าง จากนั้นก็ดูตารางเวลาในหนึ่งสัปดาห์ว่ามีอะไรที่เราทำซ้ำซากบ้าง ผลปรากฏว่า เวลาที่หนึ่งวันที่เสียไปคือการใช้เวลาตั้งแต่ค่ำๆ-ดึกดื่น เล่น hi-speed อืม...แต่ไม่เคยแวะมาที่บล็อกตัวเองเลย... เป็นกิจกรรมที่ทำซ้ำซากมากที่สุดในหนึ่งสัปดาห์...น้องคนหนึ่งในทีมงานบอกว่า เป็นเหมือนกัน เราไปถ้ำกระบอกกันไหม (ฮา...ฮา)
 
เหตุต่อมาก็คือความอยากได้เงินมาเก็บไว้ เพราะช่วงก่อนหน้านี้มีเหตุให้ต้องควักกระเป๋าไปจำนวนมาก เงินเก็บเกลี้ยงเกลาเหลือตัวเลขกลมดิ๊กในบัญชี (ตัวเลขไม่แดง เพราะเขาไม่ให้เบิกเกิน) ...ความอยากได้เงินก็เลยต้องรับจ๊อบพิเศษกลับมาทำที่บ้าน...ตอนนี้เลิกแล้วค่ะ...คิดเสียว่าไม่มีตังค์ก็ไม่ต้องใช้...ก็หมดเรื่อง
  
ที่คิดได้แบบนี้ก็เพราะไปเข้าโรงเรียน...อย่างที่เกริ่นไว้ล่ะค่ะ
 
โรงเรียนที่ว่าก็คือ โรงเรียนงานฝีมือ...ตอนนี้เริ่มด้วยการเรียนเย็บผ้า แพชต์เวิร์คและควิลต์ ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนของประเทศญี่ปุ่น -Japaness Handicraft Instructor Association สมาคมของผู้สอนงานศิลปหัตถกรรมแห่งญี่ปุ่น คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินมา เป็นการเรียนที่มุ่งฝึกฝนผู้เรียนให้เป็นครูหรือผู้ให้คำแนะนำงานฝีมือต่างๆ ซึ่งเขาก็มีอยู่ประมาณ 8 สาขาวิชาด้วยกัน เท่าที่ทราบตอนนี้ในบ้านเรามีการเรียนการสอนคอร์สแบบนี้อยู่ 2 แห่ง อีกแห่งเป็นของอีกสมาคมหนึ่ง ฉันจำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ
 
สำหรับคนที่เคยฝึกฝนจากการอ่านเองบ้าง จากการลงเรียนตามที่ต่างๆ ที่สอนๆ กันอยู่บ้าง เราจะพบว่าเนื้อหาก็เหมือนๆ กัน ถ้าใครเคยอ่านหนังสือมือใหม่หัดทำแพตช์เวิร์คและควิลต์ ที่แปลเป็นภาษาไทย ขอบอกว่าเนื้อหาเหมือนกันเลยค่ะ ดังนั้นฉันจะไม่ขอเล่าให้ฟังนะคะ...
 
แต่จะเล่าให้ฟังเรื่องการหัดควิลต์ค่ะ โดยส่วนตัวเป็นคนที่มีปัญหาในเรื่องการควิลต์มากๆ เวลามีคนบอกว่าให้ทำอย่างนั้นสิ อย่างนี้สิจะทำไม่ได้ ไม่เข้าใจสักที พอได้เริ่มไปเรียน ลองผิดลองถูกและฝึกฝนก็คิดว่าตอนนี้เริ่มจะเข้าใจบ้างแล้วค่ะ 
 
การหัดควิลต์ครั้งนี้คุณครูให้ใช้สะดึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 ซม. ชิ้นงานเป็นผ้าแพตช์เวิร์คขนาด 48*48 ซม. ซึ่งฉันต่อเป็นลาย mixed T 16 ชิ้น เริ่มจากเนาผ้าชิ้นหน้า (Top) แผ่นใยสังเคราะห์และผ้าซับในให้ติดกันก่อน การเนานี้ก็ดูวิธีการจากเว็บไซด์ของคุณโยโกะ ไซโตะ พอเนาเสร็จก็เขาผ้าขึงกับสะดึง ผ้าที่ขึงไม่ต้องตึงเหมือนกับการปักผ้า เอาหย่อนๆ หน่อยนึง
 
เริ่มควิลต์เราก็ต้องสวมปลอกนิ้วก่อน เรื่องปลอกนิ้วคุณครูบอกว่า ให้ทดลองหาดูว่าแบบไหนเหมาะกับจริตของเรา แต่โดยหลักๆ จากที่ดูคุณโยโกะ มือซ้ายก็จะสวมปลอกนิ้วโลหะหัวแบน เดี๋ยวนี้พัฒนามาเป็นเซรามิก มือขวา-นิ้วชี้สวมปลอกยางเอาไว้ดึงเข็ม นิ้วกลางสวมปลอกหนังเอาไว้ดันเข็ม คุณโยโกะบอกว่าเมื่อก่อนเย็บปลอกนิ้วหนังเอง โดยจะสวมปลอกโลหะหัวกลมไว้ด้านในด้วย
  
 
เวลาควิลต์มือซ้ายเราจะดันผ้าจากใต้สะดึงขึ้นมา การใช้ปลอกแบบหัวแบนจะทำให้มองเป็นผ้านูนขึ้นเป็นสัน เราก็ใช้เข็มเกี่ยวที่สันผ้านั้นขึ้นมาแล้วก็ขยับนิ้วดันผ้าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตอนที่เกี่ยวผ้าขึ้นก็ต้องแน่ใจว่าเข็มแทงลงไปถ้าผ้าซับในแล้ว ส่วนมือขวาก็เย็บไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นจังหวะรับส่งกันไปทั้งมือซ้ายและขวา ฟังดูเหมือนง่ายนะคะ แต่ว่ากว่าฉันจะเริ่มทำได้ก็ทำเอาเครียดไปเลย เพราะกว่าจะควิลต์ได้เราก็ต้องคัดเลือกแผ่นใยสังเคราะห์ที่เหมาะสมก่อน คือไม่บาง ไม่หนาหรืออัดใยจนแน่นเกินไป ซึ่งหายากมากๆ ค่ะ แล้วถ้าเราใช้ผ้าหนาไป หรือทอแน่นไปก็จะทำให้ควิลต์ยากอีก ดังนั้นจึงต้องซื้อผ้าแบบที่ใช้สำหรับงานควิลต์ เช่นของ Moda หรือผ้าญี่ปุ่นหลายๆ ยี่ห้อที่มีขายอยู่ในบ้านเรา ลักษณะการทอเส้นใยจะไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป ทั้งหมดนี้เราต้องลองผิดลองถูกเอาค่ะ เพราะความถนัด ความชอบ แรงกายแรงใจของคนเราต่างกันค่ะ บางคนอาจสามารถควอลต์บนใยแข็งๆ ได้ ฉันเคยลองควิลต์บนใยเด้งของเพื่อน ก็ทำได้ค่ะ แต่เราจะต้องออกแรงกดแรงดึงมากกว่าใยแบบนิ่มก็เท่านั้น ดังนั้นคุณครูก็เลยบอกให้ลองเอาเอง
  
เอาผลงานหัดควิลต์มาให้ดูขำๆ ค่ะ ฝีมือยังไม่ได้เรื่องเท่าไร ตอนทำเกร็งมาก เพราะคุณครูที่สอนและจากที่อ่านหนังสือคุณโยโกะบอกว่า ในความยาว 3 ซม. ต้องควิลต์ได้ 9 ฝีเข็ม ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลยค่ะ
  
อันนี้เป็นอุปกรณ์ค่ะ สะดึง 35 ซม. ด้ายควิลต์แบบหลายสี ปลอกนิ้ว ทางซ้ายคือสำหรับมือข้างซ้าย ทางขวาคือสำหรับมือขวา เข็มควิลต์ใช้ของญี่ปุ่น รุ่นนี้เป็นแบบแฮนด์เมดค่ะ ตัวเข็มหนาแข็งแรง ปลายแหลมคมมากค่ะ เคยลองของบางยี่ห้อ ตัวเข็มบางไปหน่อย งัดผ้าแล้วหัก หลายคนบอกว่าเข็มยิ่งเล็กจะควิลต์ได้ฝีเข็มละเอียด ที่ใช้อยู่เป็นเบอร์ 7 ค่ะ เข็มยาวหน่อยและถ้าเราฝึกดีๆ ก็ได้ฝีเข็มละเอียดเช่นกันค่ะ
 
 
 
 อันนี้ผลงานการหัด ยังไม่ค่อยดีเท่าไร ฝีเข็มยังหยาบและเล็กบ้างใหญ่บ้างทั้งด้านหน้าและหลัง ต้องใช้เวลาฝึกอีกสักปีหรือสองปีค่ะ 
 
 
เรามาหัดควิลต์กันนะคะ 

edit @ 13 Nov 2012 12:00:23 by bear a wish

edit @ 13 Nov 2012 12:02:43 by bear a wish

ขุ่นข้องหมองใจนิดหน่อยกับข่าวสารบ้านเมือง...
เศร้าใจที่มีแต่คนกำลังจะแล่เนื้อเถือหนังประเทศไทยไปขายเอาเงิน
...ไม่รู้ว่าจะสะสมกันไปกันมากมายเป็นหมื่นล้าน...ถามจริง ใช้หมดไหมเนี่ย...
อ้อ... โดนเขาโกงมาก็เลยจะเอาคืน...ทำไมไม่คิดบ้างว่าก็...โง่เอง...
 
เรามาว่าเรื่องของเราดีกว่า
หลังจากเห็นว่าเดี๋ยวนี้เขานิยมนำกระดาษเช็ดปากลายสวยๆ มาทากาวแล้วแปะติดไปบนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ กันเยอะแยะก็อยากลองบ้าง เลยเจียดเงินค่าก๋วยเตี๋ยว 1 ชามของสัปดาห์ก่อนโน้นไปซื้อมา ได้มา 1 แผ่นเอามารีดติดกับผ้ากาว เสร็จแล้วทาน้ำยาเพ้นท์ผ้าทับลงไป ทาประมาณ 3-4 เที่ยว ทิ้งไว้จนแห้งสนิทก็ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็รีดทับด้วยเตารีดอีกครั้ง ทาน้ำยาเคลือบอีกที ทิ้งไว้หลายๆ วัน แล้วก็รีดซ้ำ กระดาษที่ได้ก็จะดูมันๆ เหมือนพวกผ้าอาบน้ำมัน
 
 
 อุปกรณ์ กระดาษเช็ดปาก ผ้ากาว น้ำยาเพ้นท์ผ้า ผ้าซับใน พู่กัน ด้ายและเข็มเย็บผ้า ซิป
 
ตอนรีดเขาก็มีเทคนิคนิดหน่อย ก็คือ กระดาษที่ซื้อมาจะพับไว้ คลี่ออกแล้วรีดให้เรียบก่อน จากนั้นลอกกระดาษออกให้เหลือแต่ชั้นบางๆ ที่มีลวดลายแค่ 1 ชั้น วางบนผ้ากาว (ตัดให้ใหญ่กว่า) แล้วก็วางเตารีดไปทีละส่วน วางไว้เฉยๆ ให้ความร้อนละลายกาวแล้วก็ย้ายที่ไปจนทั่วทั้งแผ่นกระดาษ ระวังอย่าใช้ความร้อนมากเกินไป เดี๋ยวจะย่น
 
 
 
 
ตัดผ้าซับในและแผ่นใยฯขนาดเท่ากับกระดาษที่เตรียม เย็บติดกันแล้วเว้นช่องกลับผ้าไว้ พอเย็บเสร็จก็กลับผ้าออกมา ทบครึ่งแล้วก็สอยด้านข้างให้ติดกัน ตอนสอยก็ต้องค่อยๆ นิดหนึ่ง เพราะกระดาษบางส่วนที่ทากาวไว้อาจติดไม่ทั่ว มันอาจจะเผยอออกมาได้ แต่เมื่อลอกออกมาก็ซ่อมได้ ก็ทาน้ำยาหรือไม่ก็กาวติดกลับไปใหม่ พับก้นกระเป๋าเป็นสามเหลี่ยมแล้วเย็บติดทางด้านนอก
 
 
ตอนแรกจะติดปากกระเป๋าโลหะ แต่ไม่อยากตัดกระดาษ ก็ทาน้ำยาไปตั้งเยอะ เสียดายตังค์ เลยติดซิปแทน  ตรงปลายซิปกะว่าจะติดแถบหนังตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้ดูเหมือนกระเป๋าที่เขานิยมหิ้วกัน จำยี่ห้อไม่ได้แล้วล่ะ ทำไปทำมาเย็บไม่ไหวค่ะ มันหนาไปหน่อย ก็เลยเอามันแค่นี้แหละ เดี๋ยวกลับไปเย็บขวางตรงปลายซิปสักหน่อยก็พอแล้ว เอ...หรือจะกลับปลายไปสอยเก็บไว้ข้างในดี ขอคิดอีกทีดีกว่า
 
 
 
 
มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งเราจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราก็ได้...ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อม อย่าประมาท...อย่าเศร้าใจ ...อย่าโกรธขึ้งใคร...ทั้งไม่ต้องหาเหตุผลใดๆ ...อืม...มันเหมือนภาวะจำยอมบางอย่างของประเทศเราตอนนี้เหมือนกันเนอะ ... ประนีประนอมเพื่อให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ... แต่ก็ยังดันมีคนไม่เข้าใจ เกาะกระแส ยึดพื้นที่ข่าว บิดเบือนข้อเท็จจริง