sewing

หายหน้าไปนานมากๆ เพราะจัดระบบการทำงานและชีวิตประจำวันให้เข้าที่เข้าทางไม่สำเร็จสักที ชีวิตสับสนไปหมด....เพราะความโลภอยากได้ตังค์แท้ๆ...เลยสิ
 
ในระหว่างที่จัดระบบไม่ได้นี้ ก็หาเรื่องมาให้ยุ่งยากใหม่ซะอีก... ไปเข้าโรงเรียนกับเขาค่ะ....
...ตอนที่ตกลงใจไปนั้นจำได้ว่า ชีวิตกำลังอยู่ในระเบียบอันดี แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น...แต่ด้วยความเมตตาของพี่สาวใจดี...ยามนี้เลยต้องพยายามจัดตารางเวลาให้เข้าที่เท่าที่จะทำได้
 
เริ่มจากทำรายการการใช้ชีวิตในหนึ่งวันขึ้นมาดูว่า เสียเวลาไปกับเรื่องใดบ้าง จากนั้นก็ดูตารางเวลาในหนึ่งสัปดาห์ว่ามีอะไรที่เราทำซ้ำซากบ้าง ผลปรากฏว่า เวลาที่หนึ่งวันที่เสียไปคือการใช้เวลาตั้งแต่ค่ำๆ-ดึกดื่น เล่น hi-speed อืม...แต่ไม่เคยแวะมาที่บล็อกตัวเองเลย... เป็นกิจกรรมที่ทำซ้ำซากมากที่สุดในหนึ่งสัปดาห์...น้องคนหนึ่งในทีมงานบอกว่า เป็นเหมือนกัน เราไปถ้ำกระบอกกันไหม (ฮา...ฮา)
 
เหตุต่อมาก็คือความอยากได้เงินมาเก็บไว้ เพราะช่วงก่อนหน้านี้มีเหตุให้ต้องควักกระเป๋าไปจำนวนมาก เงินเก็บเกลี้ยงเกลาเหลือตัวเลขกลมดิ๊กในบัญชี (ตัวเลขไม่แดง เพราะเขาไม่ให้เบิกเกิน) ...ความอยากได้เงินก็เลยต้องรับจ๊อบพิเศษกลับมาทำที่บ้าน...ตอนนี้เลิกแล้วค่ะ...คิดเสียว่าไม่มีตังค์ก็ไม่ต้องใช้...ก็หมดเรื่อง
  
ที่คิดได้แบบนี้ก็เพราะไปเข้าโรงเรียน...อย่างที่เกริ่นไว้ล่ะค่ะ
 
โรงเรียนที่ว่าก็คือ โรงเรียนงานฝีมือ...ตอนนี้เริ่มด้วยการเรียนเย็บผ้า แพชต์เวิร์คและควิลต์ ซึ่งเป็นหลักสูตรการเรียนของประเทศญี่ปุ่น -Japaness Handicraft Instructor Association สมาคมของผู้สอนงานศิลปหัตถกรรมแห่งญี่ปุ่น คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินมา เป็นการเรียนที่มุ่งฝึกฝนผู้เรียนให้เป็นครูหรือผู้ให้คำแนะนำงานฝีมือต่างๆ ซึ่งเขาก็มีอยู่ประมาณ 8 สาขาวิชาด้วยกัน เท่าที่ทราบตอนนี้ในบ้านเรามีการเรียนการสอนคอร์สแบบนี้อยู่ 2 แห่ง อีกแห่งเป็นของอีกสมาคมหนึ่ง ฉันจำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ
 
สำหรับคนที่เคยฝึกฝนจากการอ่านเองบ้าง จากการลงเรียนตามที่ต่างๆ ที่สอนๆ กันอยู่บ้าง เราจะพบว่าเนื้อหาก็เหมือนๆ กัน ถ้าใครเคยอ่านหนังสือมือใหม่หัดทำแพตช์เวิร์คและควิลต์ ที่แปลเป็นภาษาไทย ขอบอกว่าเนื้อหาเหมือนกันเลยค่ะ ดังนั้นฉันจะไม่ขอเล่าให้ฟังนะคะ...
 
แต่จะเล่าให้ฟังเรื่องการหัดควิลต์ค่ะ โดยส่วนตัวเป็นคนที่มีปัญหาในเรื่องการควิลต์มากๆ เวลามีคนบอกว่าให้ทำอย่างนั้นสิ อย่างนี้สิจะทำไม่ได้ ไม่เข้าใจสักที พอได้เริ่มไปเรียน ลองผิดลองถูกและฝึกฝนก็คิดว่าตอนนี้เริ่มจะเข้าใจบ้างแล้วค่ะ 
 
การหัดควิลต์ครั้งนี้คุณครูให้ใช้สะดึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 ซม. ชิ้นงานเป็นผ้าแพตช์เวิร์คขนาด 48*48 ซม. ซึ่งฉันต่อเป็นลาย mixed T 16 ชิ้น เริ่มจากเนาผ้าชิ้นหน้า (Top) แผ่นใยสังเคราะห์และผ้าซับในให้ติดกันก่อน การเนานี้ก็ดูวิธีการจากเว็บไซด์ของคุณโยโกะ ไซโตะ พอเนาเสร็จก็เขาผ้าขึงกับสะดึง ผ้าที่ขึงไม่ต้องตึงเหมือนกับการปักผ้า เอาหย่อนๆ หน่อยนึง
 
เริ่มควิลต์เราก็ต้องสวมปลอกนิ้วก่อน เรื่องปลอกนิ้วคุณครูบอกว่า ให้ทดลองหาดูว่าแบบไหนเหมาะกับจริตของเรา แต่โดยหลักๆ จากที่ดูคุณโยโกะ มือซ้ายก็จะสวมปลอกนิ้วโลหะหัวแบน เดี๋ยวนี้พัฒนามาเป็นเซรามิก มือขวา-นิ้วชี้สวมปลอกยางเอาไว้ดึงเข็ม นิ้วกลางสวมปลอกหนังเอาไว้ดันเข็ม คุณโยโกะบอกว่าเมื่อก่อนเย็บปลอกนิ้วหนังเอง โดยจะสวมปลอกโลหะหัวกลมไว้ด้านในด้วย
  
 
เวลาควิลต์มือซ้ายเราจะดันผ้าจากใต้สะดึงขึ้นมา การใช้ปลอกแบบหัวแบนจะทำให้มองเป็นผ้านูนขึ้นเป็นสัน เราก็ใช้เข็มเกี่ยวที่สันผ้านั้นขึ้นมาแล้วก็ขยับนิ้วดันผ้าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตอนที่เกี่ยวผ้าขึ้นก็ต้องแน่ใจว่าเข็มแทงลงไปถ้าผ้าซับในแล้ว ส่วนมือขวาก็เย็บไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นจังหวะรับส่งกันไปทั้งมือซ้ายและขวา ฟังดูเหมือนง่ายนะคะ แต่ว่ากว่าฉันจะเริ่มทำได้ก็ทำเอาเครียดไปเลย เพราะกว่าจะควิลต์ได้เราก็ต้องคัดเลือกแผ่นใยสังเคราะห์ที่เหมาะสมก่อน คือไม่บาง ไม่หนาหรืออัดใยจนแน่นเกินไป ซึ่งหายากมากๆ ค่ะ แล้วถ้าเราใช้ผ้าหนาไป หรือทอแน่นไปก็จะทำให้ควิลต์ยากอีก ดังนั้นจึงต้องซื้อผ้าแบบที่ใช้สำหรับงานควิลต์ เช่นของ Moda หรือผ้าญี่ปุ่นหลายๆ ยี่ห้อที่มีขายอยู่ในบ้านเรา ลักษณะการทอเส้นใยจะไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป ทั้งหมดนี้เราต้องลองผิดลองถูกเอาค่ะ เพราะความถนัด ความชอบ แรงกายแรงใจของคนเราต่างกันค่ะ บางคนอาจสามารถควอลต์บนใยแข็งๆ ได้ ฉันเคยลองควิลต์บนใยเด้งของเพื่อน ก็ทำได้ค่ะ แต่เราจะต้องออกแรงกดแรงดึงมากกว่าใยแบบนิ่มก็เท่านั้น ดังนั้นคุณครูก็เลยบอกให้ลองเอาเอง
  
เอาผลงานหัดควิลต์มาให้ดูขำๆ ค่ะ ฝีมือยังไม่ได้เรื่องเท่าไร ตอนทำเกร็งมาก เพราะคุณครูที่สอนและจากที่อ่านหนังสือคุณโยโกะบอกว่า ในความยาว 3 ซม. ต้องควิลต์ได้ 9 ฝีเข็ม ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลยค่ะ
  
อันนี้เป็นอุปกรณ์ค่ะ สะดึง 35 ซม. ด้ายควิลต์แบบหลายสี ปลอกนิ้ว ทางซ้ายคือสำหรับมือข้างซ้าย ทางขวาคือสำหรับมือขวา เข็มควิลต์ใช้ของญี่ปุ่น รุ่นนี้เป็นแบบแฮนด์เมดค่ะ ตัวเข็มหนาแข็งแรง ปลายแหลมคมมากค่ะ เคยลองของบางยี่ห้อ ตัวเข็มบางไปหน่อย งัดผ้าแล้วหัก หลายคนบอกว่าเข็มยิ่งเล็กจะควิลต์ได้ฝีเข็มละเอียด ที่ใช้อยู่เป็นเบอร์ 7 ค่ะ เข็มยาวหน่อยและถ้าเราฝึกดีๆ ก็ได้ฝีเข็มละเอียดเช่นกันค่ะ
 
 
 
 อันนี้ผลงานการหัด ยังไม่ค่อยดีเท่าไร ฝีเข็มยังหยาบและเล็กบ้างใหญ่บ้างทั้งด้านหน้าและหลัง ต้องใช้เวลาฝึกอีกสักปีหรือสองปีค่ะ 
 
 
เรามาหัดควิลต์กันนะคะ 

edit @ 13 Nov 2012 12:00:23 by bear a wish

edit @ 13 Nov 2012 12:02:43 by bear a wish

ขุ่นข้องหมองใจนิดหน่อยกับข่าวสารบ้านเมือง...
เศร้าใจที่มีแต่คนกำลังจะแล่เนื้อเถือหนังประเทศไทยไปขายเอาเงิน
...ไม่รู้ว่าจะสะสมกันไปกันมากมายเป็นหมื่นล้าน...ถามจริง ใช้หมดไหมเนี่ย...
อ้อ... โดนเขาโกงมาก็เลยจะเอาคืน...ทำไมไม่คิดบ้างว่าก็...โง่เอง...
 
เรามาว่าเรื่องของเราดีกว่า
หลังจากเห็นว่าเดี๋ยวนี้เขานิยมนำกระดาษเช็ดปากลายสวยๆ มาทากาวแล้วแปะติดไปบนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ กันเยอะแยะก็อยากลองบ้าง เลยเจียดเงินค่าก๋วยเตี๋ยว 1 ชามของสัปดาห์ก่อนโน้นไปซื้อมา ได้มา 1 แผ่นเอามารีดติดกับผ้ากาว เสร็จแล้วทาน้ำยาเพ้นท์ผ้าทับลงไป ทาประมาณ 3-4 เที่ยว ทิ้งไว้จนแห้งสนิทก็ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็รีดทับด้วยเตารีดอีกครั้ง ทาน้ำยาเคลือบอีกที ทิ้งไว้หลายๆ วัน แล้วก็รีดซ้ำ กระดาษที่ได้ก็จะดูมันๆ เหมือนพวกผ้าอาบน้ำมัน
 
 
 อุปกรณ์ กระดาษเช็ดปาก ผ้ากาว น้ำยาเพ้นท์ผ้า ผ้าซับใน พู่กัน ด้ายและเข็มเย็บผ้า ซิป
 
ตอนรีดเขาก็มีเทคนิคนิดหน่อย ก็คือ กระดาษที่ซื้อมาจะพับไว้ คลี่ออกแล้วรีดให้เรียบก่อน จากนั้นลอกกระดาษออกให้เหลือแต่ชั้นบางๆ ที่มีลวดลายแค่ 1 ชั้น วางบนผ้ากาว (ตัดให้ใหญ่กว่า) แล้วก็วางเตารีดไปทีละส่วน วางไว้เฉยๆ ให้ความร้อนละลายกาวแล้วก็ย้ายที่ไปจนทั่วทั้งแผ่นกระดาษ ระวังอย่าใช้ความร้อนมากเกินไป เดี๋ยวจะย่น
 
 
 
 
ตัดผ้าซับในและแผ่นใยฯขนาดเท่ากับกระดาษที่เตรียม เย็บติดกันแล้วเว้นช่องกลับผ้าไว้ พอเย็บเสร็จก็กลับผ้าออกมา ทบครึ่งแล้วก็สอยด้านข้างให้ติดกัน ตอนสอยก็ต้องค่อยๆ นิดหนึ่ง เพราะกระดาษบางส่วนที่ทากาวไว้อาจติดไม่ทั่ว มันอาจจะเผยอออกมาได้ แต่เมื่อลอกออกมาก็ซ่อมได้ ก็ทาน้ำยาหรือไม่ก็กาวติดกลับไปใหม่ พับก้นกระเป๋าเป็นสามเหลี่ยมแล้วเย็บติดทางด้านนอก
 
 
ตอนแรกจะติดปากกระเป๋าโลหะ แต่ไม่อยากตัดกระดาษ ก็ทาน้ำยาไปตั้งเยอะ เสียดายตังค์ เลยติดซิปแทน  ตรงปลายซิปกะว่าจะติดแถบหนังตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้ดูเหมือนกระเป๋าที่เขานิยมหิ้วกัน จำยี่ห้อไม่ได้แล้วล่ะ ทำไปทำมาเย็บไม่ไหวค่ะ มันหนาไปหน่อย ก็เลยเอามันแค่นี้แหละ เดี๋ยวกลับไปเย็บขวางตรงปลายซิปสักหน่อยก็พอแล้ว เอ...หรือจะกลับปลายไปสอยเก็บไว้ข้างในดี ขอคิดอีกทีดีกว่า
 
 
 
 
มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งเราจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราก็ได้...ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อม อย่าประมาท...อย่าเศร้าใจ ...อย่าโกรธขึ้งใคร...ทั้งไม่ต้องหาเหตุผลใดๆ ...อืม...มันเหมือนภาวะจำยอมบางอย่างของประเทศเราตอนนี้เหมือนกันเนอะ ... ประนีประนอมเพื่อให้เจ็บปวดน้อยที่สุด ... แต่ก็ยังดันมีคนไม่เข้าใจ เกาะกระแส ยึดพื้นที่ข่าว บิดเบือนข้อเท็จจริง 
 
ตื่นหรือยังชาวไทย....
 
 
ขอฝากประชาสัมพันธ์นิดนะคะ สำหรับคนรักการเย็บผ้า เล่มนี้น่าสนใจค่ะ แปลเป็นภาษาไทยแล้ว โดย sewingmania ค่ะ แม้จะได้ค่าแปลไม่มาก แต่ก็อยากให้ซื้อค่ะ เผื่อเขาจะจ้างให้แปลต่อๆ ไป อิอิอิ
 
รักทุกคนค่ะ

edit @ 16 Jul 2012 11:32:59 by bear a wish

reverse applique -รีเวอร์สแอพพลิเค

posted on 22 Jun 2012 10:00 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
ไม่ได้เข้ามาเขียนเสียนานพอๆ กับที่ไม่ได้จัดเข็มเย็บผ้า..... รู้สึกสมองฝืด มือเริ่มแข็ง
เมื่อวานเลยแอบขออนุญาตเพื่อนร่วมงานชะลอความเร่งรีบของการทำงานลง มานั่งนิ่งๆ แล้วก็เริ่มมองหาข้อมูลมาเขียน
  
สายตาบังเอิญปะทะกับถุงพลาสติกโทรมๆ ใบหนึ่งที่กองไว้เนิ่นนาน ตอนแรกรู้สึกกลัวไม่กล้าเปิดดู เพราะเคยเจองูเขียวซ่อนตัวอยู่ในห้องทำงาน ซึ่งอยู่บนชั้น 3
  
...พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อว่างูจะมาอยู่ที่ชั้น 3 ได้ยังไง
  
เชื่อเถอะค่ะ... มีอยู่จริงแต่ไม่รู้ว่ามายังไง
  
หลายคนเดาว่าน่าจะมาจากช่องเซอร์วิสของอาคาร บางคนก็บอกว่ามาทางหลังคา..??? ไม่เข้าใจค่ะว่า หลังคาร้อนมาก ไม่มีร่มเงาต้นไม้สูงถึง จะทำให้งูมาได้ ช่างมันเถอะค่ะ.... เพราะในนั้น มันคือขุมทรัพย์ที่ให้ฉันมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง
  
เรื่องของรีเวอร์สแอพพลิเค (reverse applique') นั้น ฉันไม่รู้ว่าควรเรียกภาษาไทยว่าอย่างไรดี ขอใช้ทับศัพท์ก็แล้วกันนะคะ 
  
รีเวอร์สแอพพลิเคเป็นการทำงานแอพลิเคอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีการทำงานที่กลับด้านกับการแอพพลิเคโดยทั่วไป ที่ใช้การปะผ้าเป็นลวดลายที่ด้านบน ...
  
รีเวอร์สแอพพลิเคจะซ้อนผ้าที่ด้านหลัง ซึ่งอาจเป็น 2 ชั้นหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน แล้วเจาะผ้าด้านบนหรือด้านหน้าเป็นลวดลาย เพื่อให้มองเห็นผ้าที่ซ้อนอยู่ด้านล่างได้ แล้วจึงเย็บตรึงให้ติดกัน รูปแบบการแอพพลิเคที่ใกล้เคียงกันก็คือ channel applique'  ซึ่งชิ้นงานที่สำเร็จจะมีลักษณะเหมือนการวาดลายเส้น กล่าวคือ ผ้าสองชิ้นซ้อนอยู่ด้วยกัน ผ้าชิ้นบนจะถูกตัดออกเป็นเส้นและเย็บติดระหว่างรอยตัดทั้งสองข้าง โดยรักษาพื้นที่ส่วนบนของผ้าให้คงอยู่ และยอมให้ผ้าที่อยู่ด้านล่างโชว์ขึ้นมาให้เห็นด้วย เหมือนกับการวาดเส้น หรือ line drawing
 
ในโลกของการเย็บผ้า มีรีเวอร์สแอพลิเคอยู่ 2 แบบ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีและมีจุดเริ่มต้นที่อยู่กันคนละซีกโลก
 
แบบแรก เป็นของชนพื้นเมือง Kuna หรือ cuna ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด San Blas และหมู่เกาะริมชายฝั่งแอตแลนติกในแถบปานามา ซึ่งพัฒนางานในรูปแบบของตัวเองที่เรียกว่า mola คำแปลจาก wiki คือ shirt หรือ clothing ชาวคูนาใช้โมลานี้เป็นองค์ประกอบในการแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าของสตรี ซึ่งแต่ดั้งเดิมชาวคูนาจะเพ้นท์ร่างกายด้วยสีจากธรรมชาติเป็นลวดลายเรขาคณิต แต่หลังจากที่มีพ่อค้าเข้ามาหาวัตถุดิบและค้าขาย ก็เริ่มมีการทอผ้าเป็นโมลา และตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายส่งขายในยุโรป การทำรีเวอร์สแอพพลิเคจึงเข้ามามีบทบาท สีสันที่นิยมใช้ทำโมลาก็ได้แก่ แดง ดำ และส้ม แต่ก็มีสีอื่นๆ ใช้บ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อยมากๆ ซึ่งตรงนี้จะใช้ผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสริมเข้าไป  แรงบันดาลใจของการออกแบบส่วนใหญ่ก็มาจากเรื่องราวของหมู่บ้าน ชีวิตในป่า ดอกไม้ และนก ส่วนที่อยู่ติดทะเลก็จะมีลายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในทะเล โดยชิ้นงานของชาวคูนาจะซ้อนผ้าตั้งแต่ 2-7 ชั้น แล้วจะค่อยๆ เจาะผ้าทีละชั้น ทีละส่วนเพื่อให้สีผ้าด้านล่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในส่วนที่ต้องการ
 
 
อันนี้เป็นภาพจากหนังสือ เป็นรีเวอร์สแอพพลิเคงานที่ีทำในอเมริกา ซึ่งทำขึ้นเพื่อมอบให้กับคนตาย ชื่อลายมีความหมายถึง หลุมศพ 
ตัวอย่าง "โมลา" ใช้ ผ้า 4 สี มีสีส้มเป็นพื้น สีลายได้แก่ สีแสด ดำ และน้ำเงิน ดูคล้ายงานชาวเขาของไทย 

รีเวอร์สแอพพลิเคในอีกซีกโลกหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้นจาก ชาวพื้นเมืองที่เราคนไทยรู้จักกันดีก็คือ "ม้ง" ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่มีถิ่นฐานอยู่ในจีน คำว่า "ม้ง" หมายถึง ความอิสระเสรี ดังนั้นม้งจึงอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ทำไร่เลื่อนลอยแบบที่เราเคยเรียนจากหนังสือ แต่จริงๆ ในการอพยพของเขานั้นมันเป็นภูมิปัญญาอันลึกซึ้งที่คนรุ่นใหม่ๆ ที่สนใจแต่วัตถุจะเข้าใจได้

ม้งอพยพลงมาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในลาว ไทย และตอนเหนือของเวียดนาม มีบทบาทในสงครามอินโดจีน ทั้งในลาวและเวียดนาม เป็นเพื่อนร่วมรบกับอเมริกา เมื่อกองทัพอเมริกันถอนทัพพ้นพื้นที่แถบนี้ในปีค.ศ. 1975 ม้งจำนวนมากที่เข้าข้างอเมริกาจึงต้องละทิ้งบ้านเกิด ลี้ภัยไปอยู่ในอเมริกา ซึ่งเขาก็คัดแล้วว่าเป็นพวกมีสติปัญญาพัฒนาได้ และที่สำคัญมีเงินด้วย ส่วนที่ด้อยๆ ลงมาก็ถูกทิ้งไว้ในค่ายอพยพชายแดนไทย คนเหล่านี้ได้นำพาเอาวัฒนธรรมหลายอย่างๆ ไปสู่อเมริกา รวมถึงงานเย็บปักที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคแอพลิเคและรีเวอร์สแอพลิเคที่งดงามและน่าทึ่ง ซึ่งเรียกว่า paj ntab หรือ pa ndau หรือ flower cloth ผ้าเหล่านี้มีใช้เป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน ของตกแต่ง และใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ตั้งแต่เกิด แต่งงานและตาย
 
งานผ้าของม้งกับโมลาของชาวคูนามีลักษณะที่ร่วมกันคือ สีสันสดใสและตัดกันอย่างแรง (high contrast) ด้วยสีปฐมภูมิ (แม่สี) ผสมผสานกับการออกแบบที่ได้จากธรรมชาติ  ซึ่งโดยทั่วไปจะมีลักษณะเรขาคณิตและแอบสแตรค  เท่าที่ค้นข้อมูล ชื่อลวดลายของผ้าม้งจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ลายเท้าช้าง ลายหัวแกะ ลายบ้านหอยทาก ลายแมงมุมภูเขา ลายหางมังกร และลายดอกบัว  ทั้งผ้าม้งและโมลามีการปักตกแต่งเพิ่มเติมและดัดแปลงเป็นชิ้นงานเพื่อขาย ในส่วนของโมลาก็จะขายให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวปานามา ส่งม้งก็ขายให้กับผู้ซื้อชาวอเมริกันที่งานแฟร์อาร์ตและคราฟท์ และตามร้านในพิพิธภัณฑ์ เช่นเดียวกับม้งในลาวและไทยก็ขายทั่วไป แถวถนนข้าวสาร สวนจตุจักร  ตรอกเล่าโจ่ ถนนคนเดิน กาดวโรรสจ. เชียงใหม่ พวกนี้ค่อนข้างเป็นแหล่งใหญ่ ไม่ได้มีเฉพาะผ้าของม้งเท่านั้น ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ก็มีให้เลือกว์้อมากมาย ทั้งยังดัดแปลงเป็นของใช้ต่างๆ โดยเฉพาะกระเป๋าได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ว่างๆ ก็แวะไปชม ไปช๊อปกันนะคะ 

ไม่มีภาพผ้าม้งของแท้มาให้ดู เลยขอนำผ้าจากที่ซื้อมาสะสมแค่เล็กๆ น้อยๆ

จริงๆ อยากได้ทั้งหมดที่เขาขาย แต่มีเงินน้อยไปนิด เขาเลยไม่ให้
 
 ชิ้นนี้ดูจากลายน่าจะเป็นม้ง เข้าใจว่าเป็นลายเท้าช้าง
 ชิ้นนี้ไม่แน่ใจ เพราะใช้การปักด้นถอยหลังด้วยด้ายปัก 2 สีคือเขียวและชมพูเป็นลายคล้ายลายปะแจจีน??? ขอบเป็นริบบิ้นผ้าต่วน แอพพลิเคเป็นสามเหลี่ยมด้วยผ้าแบบเดียวกัน
 ชิ้นนี้ปักบนผ้าทอแบบลายสอง ปักด้นถอยหลังเป็นเส้นคู่เท่ากันแทบจะทุกฝีเข็ม โอ้...สุดยอดมาก แถมปักเป็นลายดอกไม้แซมอีกด้วย ขอบเป็นผ้าต่วนตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ไม่ทราบผู้ทำและไม่รู้ว่าผ้าชิ้นนี้เคยเป้นอะไรมาก่อน
 ชิ้นนี้ดูเหมือนเอาริบบิ้นมาแอพลิเคเป็นลายอบบขั้นบันไดก่อน แล้วจึงปักตกแต่งเป็นเส้นตามลวดลาย ซึ่งใช้วิธีปักตรึง couched line เป็นผ้าต่วนตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ไม่ทราบผู้ทำและไม่รู้ว่าผ้าชิ้นนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน
 ชิ้นนี้ปักครอสสติชท์เป็นลวดลาย เนื้อผ้าดูคล้ายๆ ผ้าไอด้าที่เราทำครอสสติชท์กัน แต่ลักษณะการทอไม่ใช่
 ชิ้นนี้แอพพลิเคแถบผ้าเป็นตาราง ผ้าที่ใช้เป็นผ้าทอด้วยด้ายเส้นใหญ่แล้วพิมพ์ลายที่ดูเหมือนกันปั๊มลายลงไป เพราะมีสีละลายออกบางส่วน พื้นสีม่วง ดูเหมือนผ้าใยกัญชา ขอบเป็นผ้าทอธรรมดาตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ขอบบนเด็ดมาก เพราะสามเหลี่ยมเล็กมากๆ
 อันนี้ใช้วิธีปักครอสสติชท์ ไม่ทราบชื่อลาย
 อันนี้แอพลิเคด้วยผ้าต่วนเป็นลาย แล้วตกแต่งด้วยลายลูกโซ่  ขอบเป็นผ้าทอพิมพ์ลายเรขาคณิต