sewing

ส่งต่อแรงบันดาลใจ

posted on 21 May 2013 22:27 by sewingmania in sewing

เริ่มมีเวลาพักบ้างเล็กน้อย ก็เลยแวะเวียนมาหาเรื่อง เอ๊ย...มาเล่าสู่กันฟัง ครั้งที่แล้วบอกไปว่ามีไอเดียเพียบ ไม่รู้ว่าจะเพียบดังว่าหรือเปล่านะคะ เพื่อนๆ พี่ๆ คงต้องช่วยบอกแล้วล่ะ

หลังจากเสร็จงานชิ้นใหญ่ที่สุด (ในขณะนี้) ไปไม่นาน ก็หาเรื่องมาทำต่อ ซึ่งงานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะสำเร็จหรือไม่ 

ฉันได้โจทย์มาจากน้องซึ่งทำงานบ้านและสวนแฟร์ (อีกแล้ว) ให้ช่วยหาไอเดียของห้องงานฝีมือว่าควรจะมีหน้าตาอย่างไร งานนี้ได้โจทย์มานานพอควร คิดอยู่นานมาก ค้นหารูปจากอินเตอร์เนต เพื่อให้น้องใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ โดยให้คำสำคัญหรือ key word ว่า จัดเก็บเป็นระเบียบ มองหาง่าย หยิบใช้สะดวก น้องคงงงไปพักใหญ่ สุดท้ายก็เอาสเก็ตช์มาให้ดู อืม...ดูดีเลยค่ะ แต่พร็อพประกอบเยอะมาก สวนทางกับงบที่มี ทำไงดีล่ะ

 

แล้ววันหนึ่งมีหนังสือส่งมา ที่จริงหนังสือน่ะถึงมือนานแล้วล่ะค่ะ แต่คำแปลจากเพื่อนรุ่นพี่ที่มาด้วยนี่สิ อู๋ย... ชอบค่ะ อ่านแล้วอินเลย มีประโยคหนึ่งของผู้เขียนที่บอกว่า อยากส่งต่อความสุขผ่านเรื่องราวของวันเวลาในฤดูกาลต่างๆ อะไรประมาณนี้...นึกออกแล้วใช่ไหมคะว่า หนังสืออะไร 


 

Story Quilt ของคุณยุคาริ ทาคาฮาระ ไงคะ หนังสืองานควิลต์ที่มีภาพสวยที่สุดในสามโลก จนน่าจะเรียกว่า หนังสือภาพ มากกว่าค่ะ ฉันยังจำความรู้สึกตอนที่เห็นหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกที่ร้านคิโนะคูนิยะได้ มีความสุขจริงๆ ค่ะ ก็เลยคิดอยากส่งความสุข แรงบันดาลใจและจินตนาการของตัวเองและของคุณยุคาริให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รักงานเย็บผ้า

  

ฉันเฝ้าคิดว่าจะนำเสนออย่างไรดี พอดูเปอสเปคตีฟของพื้นที่ก็เลยคิดว่าจะทำชิ้นงานติดที่ชั้นวางของก็แล้วกัน น่าจะเป็นไอเดียที่น่าสนุก...ตอนคิดก็สนุกล่ะค่ะ แต่ตอนทำนี่สิ คิดอยู่นานมากว่า ชั้นวางของควรมีสิ่งของอะไรบ้างนอกจากหนังสืออย่างที่ทำไปแล้ว เอาหนังสือคุณยคาริมาเปิดดู แล้วก็เลือกแพตเทิร์นออกมาจัดการปรับขนาดให้เหมาะกับขนาดช่องชั้น แล้วจัดวางเรียงบางส่วนลงไป บางชิ้นก็วาดขึ้นใหม่ตามแต่จะนึกออก โดยเอาขนาดของสิ่งของจริงๆ มาเทียบสัดส่วน  

เมื่อได้แบบก็เริ่มจัดสีและลายผ้า ใช้เวลาคิดนานอีกแล้วล่ะค่ะ  ว้าว...ไม่สนุกเลย ไม่ได้เริ่มสักที ใช้วิธีแบบที่เรียกว่า Improvise ด้นกันสดๆ ไปเลย ดูตัวอย่างสีสันสิ่งของที่มีอยู่ในบ้านเป็นตัวอย่าง ไม่ต้องจัดกลุ่มสีแบบ โทนร้อน 60 โทนเย็น 40 ไม่ต้องคิดเรื่องสีคู่ตรงข้าม สีใกล้เคียงอะไรให้ปวดหัว เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้เป็นคุณนายละเอียดขนาดนั้น

ชิ้นงานนี้ใช้เทคนิคแอพพลิเคค่ะ ลอกแบบโดยรวมทั้งชิ้นงานบนผ้า แล้วก็ตัดผ้าสีลายต่างๆ ปะลงไปตามตำแหน่ง ก่อนปะก็คิดนิดนึงว่าชิ้นไหนควรปะก่อน ชิ้นไหนควรซ้อนไว้ภายหลัง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดมิติบนชิ้นงาน ส่วนลายที่มีขนาดใหญ่ๆ เช่น จักรเย็บผ้าจะใช้แผ่นกาวสองหน้ารีดติดไปด้วย เพื่อช่วยยึดผ้าให้อยู่กับที่ เวลาที่ทำแอพพลิเคจะได้สะดวก ส่วนชิ้นเล็กๆ ก็ใช้เข็มหมุดตรึงไว้ จริงๆ การแอพพลิเคเป็นเรื่องที่เคยนำเสนอไปบ้างแล้ว คิดว่าคงไม่ต้องเล่าให้เสียเวลา 

ชิ้นงานมี 3 ส่วนค่ะ 2 ส่วนแรก (ชั้นล่างและกลาง) กว้าง ๓๐ ซม. ยาว ๑.๒๐ เมตร ส่วนชั้นบนสุดกว้าง ๕๐ ซม. ยาวเท่ากัน  ชั้นแรกที่ทำเป็นแผนกเครื่องครัว ชั้นสองเป็นแผนกงานฝีมือ ส่วนชั้นบนสุดนี่ หมดมุขจริงๆ ค่ะ ยังทำได้ไม่ถึงครึ่งชั้น แต่ยังไงก็ต้องทำให้เสร็จค่ะ

เรามาดูผลงานบางส่วนกันค่ะ

 

 

 

รูปสุดท้ายเป็นภาพรวมของงานทั้งหมด สียังไม่สมดุลกันเท่าไร ต้องปรับแก้อีกนิดค่ะ

คิดเห็นเป็นเช่นไรบอกกันบ้างนะคะ

My book shelf-ชั้นวางหนังสือของฉัน

posted on 12 May 2013 17:38 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
ห่างหายไปนานมากขึ้นทุกวัน ไม่ใช่ไม่อยากเขียน ยังอยากเขียนอยู่เสมอ เพราะการเขียนจะฝึกให้เราได้รู้จักเรียบเรียงความคิด กลั่นกรองถ้อยคำ แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นข้อเขียน
 
ครั้งนี้เร้นกายไปซุ่มทำผลงานมาค่ะ เนื่องจากมีพี่ท่านหนึ่งเปรยว่า อยากจัดแสดงงานศิลปะหรืออะไรก็ได้เพื่อรำลึกถึงคุณชูเกียรติ อุทกะพันธ์ ผู้ก่อตั้งอมรินทร์พริ้นติ้งฯ โดยขอแรงศิษย์เก่าและปัจจุบันลงแรงร่วมกันคนละหนึ่งชิ้นงาน
 
อืม...ทำอะไรดีล่ะ ....นั่งคิด.... นอนคิดอยู่นานพอควร ก็ยังนึกไม่ออก 
"ถ้าให้คิดถึงอมรินทร์จะคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก" น้องคนหนึ่งถาม
"...โลโก้บริษัทสีเขียวๆ ไง" ฉันตอบ
"นั่นมันธรรมดาไป ใครๆ เขาก็คิดกัน"
???? ...มึน.....กลับบ้านดีกว่าเรา
 
หลังจากใช้เวลาอยู่หลายวัน ในที่สุดก็คิดว่า สิ่งที่เห็นทุกวันที่บ้านไง
...ชั้นวางหนังสือบนผนังที่จัดไม่เสร็จซะทีมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่...
 
ว่าแล้วก็เริ่มลงมือขีดๆเขียนๆ บนกระดาษ ไม่ค่อยทันใจแฮะ เปลี่ยนมาตัดผ้่่าเลยแล้วกัน ให้เห็นกันจะจะไปเลย
 
การทำงานจึงเริ่มต้นขึ้น โดยตัดผ้าเป็นเส้นๆ หรือสตริป (Stripe) ขนาดต่างๆ กันหลายๆ สี เอาแบบไม่ให้ซ้ำกันเลย จากนั้นก็กำหนดสีฉากหลัง เริ่มต่อผ้าสีกับผ้าฉากหลัง แล้วตัดให้ได้สั้นยาวต่างๆ กัน จากนั้นก็ต่อเข้ากันเป็นบล็อกขนาด 25 x 25 ซม.  เทคนิคการต่อก็แบบที่ง่ายที่สุด คือต่อแบบเส้้นตรง ซึ่งถือเป็นการต่อผ้าขั้นพื้นฐาน แต่การต่อแบบพื้นๆ นี้ก็สร้างแพตเทิร์นลายที่สวยงามและคลาสสิกมาแล้วมากมาย อาทิ แพตเทิร์นในตระกูลล็อกเคบิน
 
ในที่สุดก็ได้บล็อกทั้งหมด 12 บล็อก จัดเรียงกัน 3 แถวๆ ละ 4 บล็อก คั่นด้วยผ้ากรอบลูกฟัก (lattice) ซึ่งอุปมาว่าคือช่องของชั้นวางหนังสือ นำทีละแถวมาเย็บต่อกันเป็นผืน แล้วต่อขอบรอบชิ้นงาน นำมาซ้อนกับแผ่นใยฯและผ้าซับใน เนื่องจากเป็นชิ้นงานขนาดใหญ่ คือ 89x117.5 ซม.การเนาตรึงก่อนควิลต์จะใช้เวลานานมาก เสร็จไม่ทันงานที่ตอนแรกจะแสดงในวันที่ 10 พค.ที่ผ่านมา จึงตัดสินใจใช้กาวสเปรย์พ่นบนผ้าแล้วติดกับแผ่นใยฯ ซึ่งก็ทุลักทุเลาไม่ใช่น้อย เพราะทำคนเดียวเลยย่นๆ ไปบ้าง แต่ก็เอาล่ะ ทำงานใหญ่ครั้งแรกก็ต้องทำใจ ไม่มีอะไรได้ดังหวังในครั้งแรกที่เริ่มต้นหรอก ไม่งั้นจะมีคำที่ว่า "โง่มาก่อนฉลาด" ได้ไง จริงไหมล่ะ
 
นำแต่ละบล็อกมาจัดเรียงดูก่อนค่ะ 
 
ตอนที่ทำไปแล้วก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ใส่ชื่อหนังสือสักเล่มเลย แล้วคนดูจะเข้าใจสิ่งที่เราอุตส่าห์ทำรึเปล่า หรือเห็นแล้วก็คิดว่าเป็นแท่งสี่เหลี่ยมอะไรก็ไม่รู้ จึงนำความไปปรึกษาครูกิ๊บ คันทรีฮ็อบบี้ ครูกิ๊บแนะนำให้ลองสติกเกอร์แบบรีดพิมพ์กับเครื่องอิงต์เจ็ต เลยลองทำดู แต่ว่าใจร้อนไปหน่อย ติดไม่ค่อยดีเท่าไร มีลอกๆ อยู่บ้าง จริงๆ ควรพริ้นต์ลงไปบนผ้าก่อนจะเย็บ ...อย่างที่บอก...นึกได้ตอนทำไปเสร็จแล้ว จะทำไม่ก็ไม่ใช่ที่ ไหนๆแล้วก็เอาเท่าที่ได้ล่ะค่ะ คิดเสียว่าหนังสือมันเก่าเก็บก็ต้องมีลอกๆ เลือนๆ ไปบ้าง 
 
การประกอบชิ้นงานกับผ้าซับใน ใช้วิธีเย็บรอบชิ้นงาน เว้นช่องกลับผ้า แล้วสอยปิด จากนั้นก็ควิลต์ด้วยจักรแบบไม่ลงรายละเอียดมาก เอาแค่กรอบก็พอ แต่แค่นี้ก็อยู่ในร่องตะเข็บบ้าง ปีนตะเข็บไปบ้าง เข็มหักไปบ้าง เอาเหอะ งานใหญ่ชิ้นแรกในชีวิต แย่กว่านี้ก็ทำมาถมไปแล้ว 
 
ต่อกรอบสร้างช่องชั้นกันก่อน มีแม่มะลิ ลูกสาวมาคอยตรวจงาน
 

ต่อกรอบโดยรอบอีกที ให้แลดูเป็นชั้นวางหนังสือ หรือตู้หนังสือ แล้วแต่จะเรียกนะคะ สลับบล็อกจากต้นแบบเล็กน้อย ชื่อบนสันก็เป็นหนังสือที่เคยอ่านล่ะค่ะ แต่ไม่ได้ใส่ชื่อทั้งหมด เพราะผ้าที่ใช้มีลวดลาย ทำให้ชื่อหนังสือไม่ค่อยเด่น ต้องทำบนผ้าสีพื้นแล้วติดอีกที ถ้าติดมากไปจะดูไม่สวย ให้คนดูจินตนาการเอาบ้าง  
 
เสร็จแล้วทำช่องสอดราวแขวนไว้ด้านหลัง เตรียมไปแขวนโชว์ให้คนติ เอ๊ย...ชมกันต่อไปในวันที่ 22 หรือ 23 พค.ที่จะถึงนี้ล่ะค่ะ จำไม่ได้ว่าวันไหนกันแน่  
 
คิดเห็นเป็นเช่นไรบอกกันบ้างนะคะ 
รักนะจุ๊บๆ 
 
ครั้งหน้าถ้าไม่ติดขัดอะไร จะนำเสนอชิ้นงานในโครงการใหม่ล่าสุด ขอบอกว่าไอเดียเพียบ สนุกค่ะ 
 

edit @ 12 May 2013 19:31:16 by bear a wish

ทดสอบกระดาษพีซซิ่ง

posted on 14 Jan 2013 09:58 by sewingmania in sewing
เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสคุยกับพี่คนหนึ่ง เขาเล่าว่าจริงๆ แต่ก่อนจะติดต่อกับใครก็ต้องเขียนจดหมาย กว่าจดหมายจะไปถึงก็ต้องใช้เวลาหลายวัน เดี๋ยวนี้ติดต่อใคร แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็ติ๊ง..เดี๋ยวก็ติ๊ง... (เสียงเตือนของ whatApp หรือ Line) สะดวกสบายจริงๆ หลายคนก็เลยสนใจแต่กับมือถือตัวเอง ไม่ได้สนใจคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน ทำให้คนเราขาดการสังเกต และใส่ใจ ถ้าวันหนึ่งเรานั่งรถเมล์แล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้นสักเหตุการณ์หนึ่งซึ่งอาจจะเกิดกับเราเองหรือคนที่นั่งบนรถด้วยกัน ก็คงจะไม่ทันได้ระวัง และอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง อันตรายทีเดียว ฝากไว้ด้วยนะคะว่า อย่าแค่ก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์-แทบเลต ฯลฯ อย่างเดียว ดูไปรอบตัวด้วย
...ไม่ได้เข้ามาเขียนนานพอควร เพราะทุกวันนี้ก็ยังจัดระบบตัวเองไม่เข้าที่สักที ก็เลยไม่มีประเด็นให้เขียนถึง เพื่อนบางคนก็บอกว่าเดี๋ยวนี้เขาเขียนกันบนเฟซบุ๊คแล้ว มัวมาเขียนบล็อกอยู่ทำไม เออ...ไม่รู้สิ มีเฟซบุ๊คกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ด้มีเพื่อนมากมาย เพราะเป็นคนคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง
เมื่อช่วงปีใหม่มีโอกาสไปห้างฯ แวะไปร้านภิญญ์เห็นมีคนนั่งทำงานฝีมือกันเต็มร้าน ดูแล้วก็น่าปลื้มใจแทนเจ้าของร้าน ที่มีคนสนใจสนับสนุน อุดหนุน ตอนที่ไปตั้งใจจะแวะไปซื้อแผ่นใยสังเคราะห์ แต่ปรากฎว่าทางร้านเขาไม่มีขนาดที่ต้องการ ก็เลยยืนหมุนอยู่ในร้าน หันไปเจอห่อกระดาษพีซซิ่ง ซึ่งเป็นการะดาษสำหรับเย็บด้วยเทคนิคการต่อผ้า (อันนี้ลอกมาจากหน้าซอง) ห่อหนึ่งราคา 19 บาท ขนาดประมาณ 90*95 ซม. อืม...ถูกดีขอลองหน่อย ก็เลยซื้อมา
 
หลังจากลองคลี่ออกมาดู เนื้อกระดาษจะคล้ายๆ ถุงใส่ของที่ทำจากผ้าเคมีแบบหนึ่ง ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเขาเรียกอะไร จริงๆ พวกทำมาร์เก็ตติ้งและประชาสัมพันธ์เขาจะรู้จักดี เพราะต้องหาของเวลาทำโปรโมชั่นสินค้า จำได้ว่าคุณนินนาท สินไชยเคยบอกว่า ตัวเขามีโรงงานที่ผลิตผ้าแบบนี้
เนื้อกระดาษค่อนข้างแข็งและหนากว่ากระดาษพีซซิ่งของญี่ปุ่น จากนั้นก็ทดลองเย็บด้วยมือ ก็พอได้อยู่นะ แต่ไม่ค่อยเหมาะ เลยเปลี่ยนมาลองเย็บด้วยจักร ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องดีกว่า แต่ก็ทนทานเวลาที่เราต้องเลาะแล้วเลาะอีก งานนี้ฉันก็เลยได้กระเป๋าที่ต่อผ้าแบบ String Patch ซึ่งเป็นแพตเทิร์นที่เอามาจากหนังสือของคุณโยโกะ ไซโตะ
มาว่าที่ String Patch จำไม่ได้ว่าเคยพูดถึงไปหรือยัง ฉันได้ยินคำนี้ครั้งแรกที่อ.ผุสดี นาวาวิจิต ตอนนั้นฉันสงสัยคำแปลในหนังสือของคุณครูมาซาโกะที่อาจารย์เป็นผู้แปล พอเจอหน้าก็เลยถามอาจารย์ อาจารย์อธิบายว่าเป็นการเย็บผ้าที่ตัดเป็นเส้นๆ เรียงกันไง String มีหลายความหมาย เช่น หมายถึงเชือก แถว และความหมายหนึ่งก็คือ การจัดเรียงเป็นแถว ดูรูปแล้ว เข้าใจทันทีเลย
การทำงานก็เริ่มจากพิจารณาแพตเทิร์นก่อนว่าจะแบ่งลายอย่างไร เพื่อให้เย็บพีซซิ่งได้ เมื่อแบ่งเสร็จก็ลอกลาย แล้วก็จับคู่สีผ้า เริ่มเย็บ ประกอบลวดลายที่แบ่งไว้ แล้วก็ประกอบเป็นตัวกระเป๋า ครั้งนี้จับเศษผ้าอะไรมาได้ก็เย็บรวมๆ กันไป สีก็เลยจะดูมั่วๆ นิดหน่อย แต่ก็ออกมาพอดูได้อยู่นะ (ขออวยตัวเองนิดนึง)
 
 
ครั้งนี้นอกจากทดสอบการใช้กระดาษพีซซิ่งแล้ว ยังทดสอบการใช้แผ่นใยสังเคราะห์ด้วยค่ะ กระเป๋าใบนี้ใช้แผ่นใยฯเกาหลี ซึ่งซื้อมาจากร้านควิลต์ที่ไชน่าเวิร์ล ความหนาน่าจะสัก 140 กรัม จัดว่าหนาพอดูสำหรับกระเป๋าใบเล็กๆ ตอนประกอบจึงทุลักทุเลเล็กน้อย แผ่นใยฯเกาหลีนี้เนื้อจะอัดมาค่อนข้างแน่น ถ้าควิลต์มือจะลำบากไป ควรควิลต์ด้วยจักร แต่รูปทรงของกระเป๋าอยู่ทรงดีมากค่ะ คนที่ชอบให้ทรงกระเป๋าตั้งแข็งเป็นทรง แผ่นใยฯแบบนี้ได้เลย แต่ถ้าเทียบเนื้อกับใยเด้งของคุณดิวแล้ว ใยเด้งใช้มือควิลต์ก็พอได้อยู่ แต่อาจารย์จุงโกะบอกว่า น่าจะเป็นใยสำหรับควิลต์ด้วยจักรมากกว่าค่ะ
พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ จะพยายามหาประเด็นมาเล่าสู่กันฟัง