hobby

มาทำกล่องกันนะ

posted on 20 Sep 2011 09:51 by sewingmania in hobby
จริงๆ มีงานมากมาตั้งแต่ต้นเดือน แต่ก็พยายามปลีกเวลามาทำงานที่ตัวเองชอบ และก็เขียน blog เพราะอย่างน้อยๆ ก็เพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิมก็ไม่รู้ ยิ่งตอนนี้ฝีมือการควิลท์ก็ยังขี้เหร่มาก กระเป๋าของคุณครูมินามิก็เลยยังนอนนิ่ง ไม่สำเร็จมาจนบัดนี้
นับจากวันนี้ไปก็เป็นช่วงเวลาของการนับถอยหลังของการสิ้นสุดปี อีก 3 เดือนที่เหลือนี้ เราจะทำประโยชน์อันใดให้กับตัวเอง หน่วยงาน สังคม ประเทศชาติกันได้บ้าง คงต้องใช้เวลาไตร่ตรอง... อีกทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ ???
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้ฟังแต่ข่าวคราวของการเจ็บป่วย และเสียชีวิตของคนรอบตัวที่รู้จักมักคุ้น ได้ฟังแล้วก็เศร้าและใจหาย แม้จะรู้ว่านี่คือ"ธรรมชาติของชีวิต" ก็ตามที สิ่งที่ทำได้ก็คือการเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ พอคิดเรื่องนี้ทีไรก็ชวนให้นึกถึงข้อเขียนของท่านกาลิทาส ที่พูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ ขอเวลาไปค้นสมุดที่เคยจดเอาไว้ก่อน แล้วจะเอามาให้อ่านเตือนใจกัน
สัปดาห์นี้ ไม่รู้จะนำเสนออะไร เอาเป็นว่าเรามาหากระดาษที่ไม่ใช้แล้ว พวกกล่องกระดาษ เศษกระดาษแข็ง และเศษผ้า มาทำของใช้กันดีกว่า ครั้งนี้ฉันได้เศษกระดาษแข็งมา 1 แผ่นขนาดไม่ใหญ่ก็เลยเอามาตัดแล้วก็ประกอบเป็นกล่อง นำมาหุ้มเศษผ้าที่น้องๆ ทิ้งไว้ให้หลังจากใช้งานกันเสร็จแล้ว เขาบอกว่าเห็นชอบของเหลือๆ ก็เลยเก็บไว้ให้ จากนั้นก็ไปขอกาวมาได้ 1 ขวดน้อยๆ ซึ่งนอกจากขวดจะน้อยแล้วกาวข้างในก็น้อยด้วย
*หากไม่สะดวก ขอแนะนำให้ใช้กล่องกระดาษสำเร็จที่เหลือจากใส่ของแล้ว มาหุ้มผ้าเลยก็ง่ายดีนะคะ 
นำกระดาษแข็งที่ได้มา 2 แผ่น แผ่นแรกทำตัวกล่อง จัดการแบ่งเป็น 5 ส่วน โดย 4 ส่วนให้คงไว้ในแผ่นเดียวกัน สำหรับทำตัวกล่อง 4 ด้าน ใช้สันคัตเตอร์กรีดกระดาษตามรอยที่แบ่ง เพื่อให้พับได้ง่าย อีก 1 ส่วนตัดออกมาทำก้นกล่อง กะให้ใหญ่กว่า 4 ส่วนแรกสักด้านละ 1-2 มม.หรือเท่ากับความหนาของกระดาษ
 
ส่วนอีกแผ่นทำผนังด้านใน กะให้มีขนาดเล็กกว่าตัวกล่องด้านนอกสักด้านละ 1-2 มม. หรือเท่ากับความหนาของกระดาษ
ประกอบตัวกล่องและก้นด้านนอกก่อน ใช้เทปใสนี่ละ หาง่ายดี พอประกอบเสร็จก็ใช้ผ้าหุ้ม ทำที่ตัวกล่องด้านนอกก่อน พับริมผ้าเก็บไว้ที่ด้านใน  ส่วนที่ก้นให้ปะไว้บนก้นด้านนอก จากนั้นจึงหุ้มก้นกล่องที่ตัดไว้มาปะอีกที 
 
 
 
ทำผนังกล่องด้านใน 4 ชิ้น และก้นด้านใน 1 ชิ้น ให้ทดลองใส่กระดาษลงไปในกล่องก่อน ถ้าแน่นเกินไปก็ค่อยๆ เจียนออก ให้เผื่อว่าผ้าที่หุ้มด้วย การหุ้มก็ทำไม่ยากอะไร แต่เรามักจะมีปัญหาเรื่องมุมกล่อง ให้ตัดผ้าตามแนวเฉียง ริมผ้าห่างมุมประมาณสัก 3 มม. ทากาว ปิดมุมแล้วจึงปิดข้าง ผนังด้านข้างให้ปิดแค่ขอบบนส่วนด้านข้างและขอบล่างทิ้งไว้ก่อน
 
 
รอให้กาวที่ติดชิ้นส่วนทุกชิ้นแห้งสนิท จึงทากาวที่แผ่นผนัง แล้วติดลงด้านในให้ผ้าที่เหลือไว้ติดกับผนังกล่องข้างๆ และก้นกล่อง เพื่อยึดกล่องให้ติดกันแน่นขึ้น ผนังชิ้นสุดท้าย และก้นด้านในให้หุ้มผ้าที่ขอบทั้งหมด แล้วจึงปิดลงไป จะประดับตกแต่งด้วยลูกไม้ ริบบิ้น หรือจะตัดผ้าเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาต่อกันเป็นลายแบบแพชเวิร์คก็น่ารักดี ตกแต่งรอยต่อด้วยลูกไม้หรือริบบิ้นให้ดูเรียบร้อยและสวยงาม
เท่านี้ก็สำเร็จ
หลังจากสัปดาห์นี้ไปขอปิด blog ปรับปรุงชั่วคราวนะคะ เพราะต้องเตรียมตัวปล่อยของที่ Art Market โซนแกลลอรี (ด้านหน้า-ใกล้ร้านกาแฟดอยตุง) ในงานบ้านและสวนแฟร์ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-6 พฤศจิกายน 2554 ที่อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี  
ถ้ามีเวลาว่าง หรือไม่รู้จะไปไหน ก็แวะไปทักทายกันบ้างนะคะ

a message from beginner:knitting 11

posted on 03 Feb 2011 10:24 by sewingmania in hobby
มืออาชีพโปรดใช้วิจารญาณ
 
ช่วงนี้คงเข้ามาเขียนบทความได้ไม่บ่อยนัก เพราะมีภารกิจหลายอย่างค่ะ
 
ขอเป็นเด็กดีตั้งแต่ต้นปีนิดนึง 
 
เมื่อหลายวันก่อนพบกับพี่ๆ หลายคน พี่สาวคนหนึ่งถามแหล่งซื้อไหมพรมราคาไม่แพง  อืม...ตอบยากหน่อยเพราะไม่ค่อยรู้จักเท่าไร รู้จักแต่ร้านกิจเจริญ ซอยข้างคิคูยา ราชวงศ์ เดินไกลหน่อย แต่ต้องซื้อแบบยกห่อ หลายๆ ห่อจึงจะได้ราคาส่ง มาที่นี่ต้องใจเย็นนะคะ เพราะต้องรอคนขายเขียนบิล แล้วค่อยไปจ่ายเงิน แต่ก็มีของดีๆ ให้ขุดคุ้ยอยู่พอควร ถ้าคุณมีเวลา แต่ตอนนี้น้องไม่ว่างไปด้วย 555 เพราะกำลังมีโปรเจคเย็บผ้า 2 โปรเจค ซึ่งได้แพทเทิร์นมาจากคุณครูอาเคมิ ชิบาตะ เลยอยากลองของ
 
มือใหม่นิตติ้งครั้งนี้มาต่อกันที่เรื่องนี้ค่ะ 

การถักด้วยไม้นิตวงกลม (Circular Needle)

  

             ไม้นิตวงกลมออกแบบมาเพื่อถักชิ้นงานที่รูปทรงกลม ทรงกระบอก เช่น หมวก ถุงมือ ผ้าคลุมศีรษะหรือคล้องคอ (Cowl) เสื้อ กระเป๋า ได้โดยไม่มีรอยต่อ หรือรอยตะเข็บ ซึ่งแต่เดิมการถักเพื่อไม่ให้เกิดรอยตะเข็บแบบนี้จะใช้ไม้นิตตรงหรือไม้เซต 3 อัน (จะกล่าวในต่อไป)

         ไม้นิตวงกลม ไม้และสายยางมีหลายขนาดให้เลือกใช้ตามขนาดชิ้นงานที่ต้องการถัก บางชนิดถอดไม้กับสายออกจากกันได้ เพื่อเปลี่ยนขนาดไม้หรือขนาดสายยาง

หลายคนเรียกไม้นิตวงกลมว่า "ไม้มหัศจรรย์" เพราะชิ้นงานที่ถักด้วยนิตเพียงอย่างเดียวทุกแถว โดยไม่ต้องกลับชิ้นงานเหมือนไม้นิตตรง ลายที่ได้จะเป็นลายสตอกกิงเนต  ซึ่งผู้เขียนเองก็สงสัยอยู่ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่ก็ยังไม่มีใครให้ความกระจ่างในเรื่องดังกล่าว จึงสรุปเอาเองว่า  ชิ้นงานที่ถักด้วยไม้นิตวงกลมไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด จึงไม่มีด้านหน้า-ด้านหลังให้ต้องกลับชิ้นงานเมื่อขึ้นแถวใหม่เหมือนการถักไม้นิตตรง  แต่เราก็สามารถใช้ไม้นิตวงกลมถักชิ้นงานได้เหมือนไม้นิตตรง คือเราจะไม่เชื่อมห่วงแรกกับห่วงสุดท้ายเข้าด้วยกัน การถักก็ถักเหมือนไม้นิตตรงคือ ต้องกลับชิ้นงานเมื่อขึ้นแถวใหม่ การถักแบบนี้จะนิยมใช้เพื่อต้องถักชิ้นงานขนาดใหญ่ หรือมีหน้ากว้างมากๆ เช่น พรมปูพื้น ผ้าห่ม ผ้าคลุม

                การขึ้นต้น หรือ Cast on ใช้วิธีเดียวกันกับไม้นิตตรง จะต่างตรงที่การเชื่อมห่วงแรกกับห่วงสุดท้ายเพื่อให้ได้ชิ้นงานวงกลม ซึ่งแต่ละคนก็จะมีเทคนิคการทำที่แตกต่างกัน วิธีที่ผู้เขียนทำ และคิดว่าง่ายที่สุดก็คือหลังจากขึ้นต้นแล้ว เริ่มถักห่วงแรกของแถวแรกด้วยนิต ใส่ห่วงเครื่องหมาย ( Stitch marker) ถักต่อไปถึงห่วงสุดท้าย ขึ้นรอบใหม่ ย้ายห่วงเครื่องหมาย แล้วถักนิตต่อ ครั้งนี้ให้นำปลายไหมที่เหลือไว้ถักควบกับไหม (ทำเหมือนการต่อไหมม้วนใหม่ ) แล้วถักควบด้วยไหมสองเส้น ไป 3 ห่วง จากนั้นก็ถักไปตามปกติ

ดูการถักได้ที่ www.videojug.com  หรือเข้าที่ youtube  serch คำว่า  knit+Circular needle ก็ได้

             บางคนก็จะใช้วิธี ขึ้นต้นเกินไว้หนึ่งห่วง  จากนั้นจะย้ายห่วงสุดท้ายที่อยู่ไม้ทางขวามาที่ไม้ทางซ้าย แล้วถักควบ 2 ห่วงให้เป็นห่วงเดียว ห่วงที่ขึ้นไว้ก็จะลดลงพอดีกับจำนวนที่ต้องขึ้นต้น บางคนก็ใช้วิธีย้ายห่วงเหมือนกัน แต่จะถักนิตที่ห่วงแรกในไม้ทางซ้าย 1 ห่วง จากนั้นก็เกี่ยวห่วงแรกของไม้ทางขวาข้ามห่วงที่ถักใหม่นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนต่อเป็นวงกลม ต้องแน่ใจว่าแถวที่ขึ้นต้นนั้นต้องเรียงหันไปในทางเดียวกันทั้งหมด จะได้วงกลมสวยงาม ยกเว้นในกรณีที่ต้องการถักชิ้นงานที่พันกันเป็นเกลียว (Twist) เช่น Cowl –ผ้าคล้องคอ ซึ่งในบางแพทเทิร์นจะออกแบบให้ไหมพันกัน เมื่อถักเสร็จชิ้นงานจะมีรูปร่างเหมือนเลข 8

 Stitch marker แบบมีห่วงหลายขนาดในห่อเดียวกัน

           การขึ้นแถวใหม่ หรือรอบใหม่ จะเรียกว่า round ..หมายเลขแถว... ในแพทเทิร์นจะเขียนว่า Rnd..หมายเลขแถว...

           เราจะต้องทำเครื่องหมายการเริ่มต้นรอบไว้ด้วย อันนี้สำคัญมากๆ ทั้งการถักชิ้นงานลายการ์เตอร์ สตอกกิงเนท หรือชิ้นงานที่มีการผูกลวดลายแบบต่างๆ

          ผู้เขียนใช้วิธีนำเศษไหมพรมที่มีสีต่างจากไหมที่ถักมาทำเป็นห่วงคล้อง สำหรับคนที่ถักเป็นประจำหรือในระดับมืออาชีพ เขาจะใช้ห่วงกลม ซึ่งมีจำหน่ายเป็นห่อ มีชนิดเป็นแหวนกลม (ring) บางชนิดมีกลไกเปิด-ปิดได้เรียก Locking stitch marker และชนิดทำเป็นร่องที่วงแหวนให้เกี่ยวไหมได้ เรียกว่า Split stitch marker ในหนึ่งห่อมีทั้งชนิดที่มีห่วงขนาดเดียวกันทั้งหมด หรือมีหลายขนาดอยู่ด้วยกัน

edit @ 3 Feb 2011 11:11:23 by bear a wish

a message from beginner:knitting 10

posted on 28 Jan 2011 15:04 by sewingmania in hobby

มืออาชีพโปรดใช้วิจารญาณ

การจบงาน (Binding off  & weaving in ends)

                เมื่อถักชิ้นงานได้ความยาวตามต้องการแล้ว ก็ถึงกระบวนการปลดห่วงออกจากไม้ สำหรับมือใหม่ เรามักจะได้รับคำแนะนำว่าให้จบด้วยด้านที่ถักนิต เพราะการแทงห่วงและปลดห่วงออกได้ง่ายกว่าด้านเพิร์ล

                วิธีการ  จะเริ่มจากถักนิตที่จุดเริ่มต้นของแถว 2 ห่วง จากนั้นเกี่ยวห่วงแรกข้ามห่วงที่สอง ปลดห่วงแรกออกจากไม้ให้ห่วงคล้องอยู่ในห่วงที่สอง ห่วงจะลดลงไป 1 ห่วง  ถักนิตเพิ่มในไม้ขวาอีก 1 ห่วง ปลดห่วงแรกในไม้ขวาคล้องห่วงที่สอง ท้ำแบบนี้ไปจนจบแถว สุดท้ายเหลือห่วงในไม้ 1 ห่วง ให้ตัดไหมออก แล้วใช้ปลายไหมร้อยเข้าไปเข็มเย็บไหมพรม ปลดห่วงออกจากไม้แล้วสอดเข็มผ่านห่วง ดึงให้แน่น จากนี้ใช้เข็มสอดปลายไหมเข้าไปเก็บไว้ที่ด้านหลังห่วงถัก หรือโดยสอดไปตามห่วงที่อยู่ริมสุด ตัดไหมที่เหลือออก วิธีนี้เรียกว่า weaving in ends

 http://www.youtube.com/watch?v=0plhuwVF4j0

 http://www.youtube.com/watch?v=XJPajUbsHV0