reverse applique -รีเวอร์สแอพพลิเค

posted on 22 Jun 2012 10:00 by sewingmania in sewing directory Lifestyle
ไม่ได้เข้ามาเขียนเสียนานพอๆ กับที่ไม่ได้จัดเข็มเย็บผ้า..... รู้สึกสมองฝืด มือเริ่มแข็ง
เมื่อวานเลยแอบขออนุญาตเพื่อนร่วมงานชะลอความเร่งรีบของการทำงานลง มานั่งนิ่งๆ แล้วก็เริ่มมองหาข้อมูลมาเขียน
  
สายตาบังเอิญปะทะกับถุงพลาสติกโทรมๆ ใบหนึ่งที่กองไว้เนิ่นนาน ตอนแรกรู้สึกกลัวไม่กล้าเปิดดู เพราะเคยเจองูเขียวซ่อนตัวอยู่ในห้องทำงาน ซึ่งอยู่บนชั้น 3
  
...พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อว่างูจะมาอยู่ที่ชั้น 3 ได้ยังไง
  
เชื่อเถอะค่ะ... มีอยู่จริงแต่ไม่รู้ว่ามายังไง
  
หลายคนเดาว่าน่าจะมาจากช่องเซอร์วิสของอาคาร บางคนก็บอกว่ามาทางหลังคา..??? ไม่เข้าใจค่ะว่า หลังคาร้อนมาก ไม่มีร่มเงาต้นไม้สูงถึง จะทำให้งูมาได้ ช่างมันเถอะค่ะ.... เพราะในนั้น มันคือขุมทรัพย์ที่ให้ฉันมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง
  
เรื่องของรีเวอร์สแอพพลิเค (reverse applique') นั้น ฉันไม่รู้ว่าควรเรียกภาษาไทยว่าอย่างไรดี ขอใช้ทับศัพท์ก็แล้วกันนะคะ 
  
รีเวอร์สแอพพลิเคเป็นการทำงานแอพลิเคอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีการทำงานที่กลับด้านกับการแอพพลิเคโดยทั่วไป ที่ใช้การปะผ้าเป็นลวดลายที่ด้านบน ...
  
รีเวอร์สแอพพลิเคจะซ้อนผ้าที่ด้านหลัง ซึ่งอาจเป็น 2 ชั้นหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน แล้วเจาะผ้าด้านบนหรือด้านหน้าเป็นลวดลาย เพื่อให้มองเห็นผ้าที่ซ้อนอยู่ด้านล่างได้ แล้วจึงเย็บตรึงให้ติดกัน รูปแบบการแอพพลิเคที่ใกล้เคียงกันก็คือ channel applique'  ซึ่งชิ้นงานที่สำเร็จจะมีลักษณะเหมือนการวาดลายเส้น กล่าวคือ ผ้าสองชิ้นซ้อนอยู่ด้วยกัน ผ้าชิ้นบนจะถูกตัดออกเป็นเส้นและเย็บติดระหว่างรอยตัดทั้งสองข้าง โดยรักษาพื้นที่ส่วนบนของผ้าให้คงอยู่ และยอมให้ผ้าที่อยู่ด้านล่างโชว์ขึ้นมาให้เห็นด้วย เหมือนกับการวาดเส้น หรือ line drawing
 
ในโลกของการเย็บผ้า มีรีเวอร์สแอพลิเคอยู่ 2 แบบ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีและมีจุดเริ่มต้นที่อยู่กันคนละซีกโลก
 
แบบแรก เป็นของชนพื้นเมือง Kuna หรือ cuna ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด San Blas และหมู่เกาะริมชายฝั่งแอตแลนติกในแถบปานามา ซึ่งพัฒนางานในรูปแบบของตัวเองที่เรียกว่า mola คำแปลจาก wiki คือ shirt หรือ clothing ชาวคูนาใช้โมลานี้เป็นองค์ประกอบในการแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าของสตรี ซึ่งแต่ดั้งเดิมชาวคูนาจะเพ้นท์ร่างกายด้วยสีจากธรรมชาติเป็นลวดลายเรขาคณิต แต่หลังจากที่มีพ่อค้าเข้ามาหาวัตถุดิบและค้าขาย ก็เริ่มมีการทอผ้าเป็นโมลา และตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายส่งขายในยุโรป การทำรีเวอร์สแอพพลิเคจึงเข้ามามีบทบาท สีสันที่นิยมใช้ทำโมลาก็ได้แก่ แดง ดำ และส้ม แต่ก็มีสีอื่นๆ ใช้บ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อยมากๆ ซึ่งตรงนี้จะใช้ผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสริมเข้าไป  แรงบันดาลใจของการออกแบบส่วนใหญ่ก็มาจากเรื่องราวของหมู่บ้าน ชีวิตในป่า ดอกไม้ และนก ส่วนที่อยู่ติดทะเลก็จะมีลายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ในทะเล โดยชิ้นงานของชาวคูนาจะซ้อนผ้าตั้งแต่ 2-7 ชั้น แล้วจะค่อยๆ เจาะผ้าทีละชั้น ทีละส่วนเพื่อให้สีผ้าด้านล่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในส่วนที่ต้องการ
 
 
อันนี้เป็นภาพจากหนังสือ เป็นรีเวอร์สแอพพลิเคงานที่ีทำในอเมริกา ซึ่งทำขึ้นเพื่อมอบให้กับคนตาย ชื่อลายมีความหมายถึง หลุมศพ 
ตัวอย่าง "โมลา" ใช้ ผ้า 4 สี มีสีส้มเป็นพื้น สีลายได้แก่ สีแสด ดำ และน้ำเงิน ดูคล้ายงานชาวเขาของไทย 

รีเวอร์สแอพพลิเคในอีกซีกโลกหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้นจาก ชาวพื้นเมืองที่เราคนไทยรู้จักกันดีก็คือ "ม้ง" ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่มีถิ่นฐานอยู่ในจีน คำว่า "ม้ง" หมายถึง ความอิสระเสรี ดังนั้นม้งจึงอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ ทำไร่เลื่อนลอยแบบที่เราเคยเรียนจากหนังสือ แต่จริงๆ ในการอพยพของเขานั้นมันเป็นภูมิปัญญาอันลึกซึ้งที่คนรุ่นใหม่ๆ ที่สนใจแต่วัตถุจะเข้าใจได้

ม้งอพยพลงมาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในลาว ไทย และตอนเหนือของเวียดนาม มีบทบาทในสงครามอินโดจีน ทั้งในลาวและเวียดนาม เป็นเพื่อนร่วมรบกับอเมริกา เมื่อกองทัพอเมริกันถอนทัพพ้นพื้นที่แถบนี้ในปีค.ศ. 1975 ม้งจำนวนมากที่เข้าข้างอเมริกาจึงต้องละทิ้งบ้านเกิด ลี้ภัยไปอยู่ในอเมริกา ซึ่งเขาก็คัดแล้วว่าเป็นพวกมีสติปัญญาพัฒนาได้ และที่สำคัญมีเงินด้วย ส่วนที่ด้อยๆ ลงมาก็ถูกทิ้งไว้ในค่ายอพยพชายแดนไทย คนเหล่านี้ได้นำพาเอาวัฒนธรรมหลายอย่างๆ ไปสู่อเมริกา รวมถึงงานเย็บปักที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคแอพลิเคและรีเวอร์สแอพลิเคที่งดงามและน่าทึ่ง ซึ่งเรียกว่า paj ntab หรือ pa ndau หรือ flower cloth ผ้าเหล่านี้มีใช้เป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน ของตกแต่ง และใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ตั้งแต่เกิด แต่งงานและตาย
 
งานผ้าของม้งกับโมลาของชาวคูนามีลักษณะที่ร่วมกันคือ สีสันสดใสและตัดกันอย่างแรง (high contrast) ด้วยสีปฐมภูมิ (แม่สี) ผสมผสานกับการออกแบบที่ได้จากธรรมชาติ  ซึ่งโดยทั่วไปจะมีลักษณะเรขาคณิตและแอบสแตรค  เท่าที่ค้นข้อมูล ชื่อลวดลายของผ้าม้งจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ลายเท้าช้าง ลายหัวแกะ ลายบ้านหอยทาก ลายแมงมุมภูเขา ลายหางมังกร และลายดอกบัว  ทั้งผ้าม้งและโมลามีการปักตกแต่งเพิ่มเติมและดัดแปลงเป็นชิ้นงานเพื่อขาย ในส่วนของโมลาก็จะขายให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวปานามา ส่งม้งก็ขายให้กับผู้ซื้อชาวอเมริกันที่งานแฟร์อาร์ตและคราฟท์ และตามร้านในพิพิธภัณฑ์ เช่นเดียวกับม้งในลาวและไทยก็ขายทั่วไป แถวถนนข้าวสาร สวนจตุจักร  ตรอกเล่าโจ่ ถนนคนเดิน กาดวโรรสจ. เชียงใหม่ พวกนี้ค่อนข้างเป็นแหล่งใหญ่ ไม่ได้มีเฉพาะผ้าของม้งเท่านั้น ของชาวเขาเผ่าต่างๆ ก็มีให้เลือกว์้อมากมาย ทั้งยังดัดแปลงเป็นของใช้ต่างๆ โดยเฉพาะกระเป๋าได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ว่างๆ ก็แวะไปชม ไปช๊อปกันนะคะ 

ไม่มีภาพผ้าม้งของแท้มาให้ดู เลยขอนำผ้าจากที่ซื้อมาสะสมแค่เล็กๆ น้อยๆ

จริงๆ อยากได้ทั้งหมดที่เขาขาย แต่มีเงินน้อยไปนิด เขาเลยไม่ให้
 
 ชิ้นนี้ดูจากลายน่าจะเป็นม้ง เข้าใจว่าเป็นลายเท้าช้าง
 ชิ้นนี้ไม่แน่ใจ เพราะใช้การปักด้นถอยหลังด้วยด้ายปัก 2 สีคือเขียวและชมพูเป็นลายคล้ายลายปะแจจีน??? ขอบเป็นริบบิ้นผ้าต่วน แอพพลิเคเป็นสามเหลี่ยมด้วยผ้าแบบเดียวกัน
 ชิ้นนี้ปักบนผ้าทอแบบลายสอง ปักด้นถอยหลังเป็นเส้นคู่เท่ากันแทบจะทุกฝีเข็ม โอ้...สุดยอดมาก แถมปักเป็นลายดอกไม้แซมอีกด้วย ขอบเป็นผ้าต่วนตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ไม่ทราบผู้ทำและไม่รู้ว่าผ้าชิ้นนี้เคยเป้นอะไรมาก่อน
 ชิ้นนี้ดูเหมือนเอาริบบิ้นมาแอพลิเคเป็นลายอบบขั้นบันไดก่อน แล้วจึงปักตกแต่งเป็นเส้นตามลวดลาย ซึ่งใช้วิธีปักตรึง couched line เป็นผ้าต่วนตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ไม่ทราบผู้ทำและไม่รู้ว่าผ้าชิ้นนี้เคยเป็นอะไรมาก่อน
 ชิ้นนี้ปักครอสสติชท์เป็นลวดลาย เนื้อผ้าดูคล้ายๆ ผ้าไอด้าที่เราทำครอสสติชท์กัน แต่ลักษณะการทอไม่ใช่
 ชิ้นนี้แอพพลิเคแถบผ้าเป็นตาราง ผ้าที่ใช้เป็นผ้าทอด้วยด้ายเส้นใหญ่แล้วพิมพ์ลายที่ดูเหมือนกันปั๊มลายลงไป เพราะมีสีละลายออกบางส่วน พื้นสีม่วง ดูเหมือนผ้าใยกัญชา ขอบเป็นผ้าทอธรรมดาตกแต่งด้วยแอพพลิเครูปสามเหลี่ยม ขอบบนเด็ดมาก เพราะสามเหลี่ยมเล็กมากๆ
 อันนี้ใช้วิธีปักครอสสติชท์ ไม่ทราบชื่อลาย
 อันนี้แอพลิเคด้วยผ้าต่วนเป็นลาย แล้วตกแต่งด้วยลายลูกโซ่  ขอบเป็นผ้าทอพิมพ์ลายเรขาคณิต

Comment

Comment:

Tweet