ที่จริงเขียนบทความนี้ตั้งแต่เมื่อวันวาน เขียนค้างไว้ก่อนไปเข้าประชุม แล้วก็กลับมาเขียนต่อ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพราะระบบเทคนิคมีปัญหานิดหน่อย เครื่องไม่ให้บันทึกข้อความ ก็เลยต้องปิด แต่ก็โชคดีมากที่ทางเว็บทำเป็นไฟล์สำรองไว้ให้ วันนี้ก็เลยไม่ต้องตั้งต้นใหม่
เคยเห็นพี่สาวใจดี ทำเวิร์คชอป bag in bag มานานแล้ว แล้วเคยเห็นใน FB ของเพื่อนคนหนึ่ง ล่าสุดเห็นเขาขายที่ตลาดนัด (ไฮซ้อ-คู่แข่งไฮโซ) แถวบ้าน ราคาขาย 49 บาทเอง ไปเลือกๆ กะเขาเหมือนกัน แต่สีสัน ลวดลายไม่ถูกใจ ก็เลยไม่ได้ซื้อ จริงๆ แอบคิดในใจว่า เย็บเองก็ได้นี่นา...
หลังจากลืมๆ ไปแล้ว ก็บังเอิญมาเปิดนิตยสาร cotton time เจอ..ก็เลย เอาน่า...ลองสักหน่อยนึง ให้รู้ว่าเขาทำกันยังไง ว่าแล้วก็ไปหากระดาษมาทำแบบ พยายามสร้างแบบให้แบ่งได้เลขที่หารกันแล้วลงตัว ไม่ต้องเศษทศนิยมให้ปวดหัว
 
ชิ้นแรก คือส่วนตกแต่ง หรือกระเป๋าตัวนอก มีส่วนต่อผ้าเป็นลาย pinwheel  2 ชุด ชุดหนึ่งแบบครบลาย อีกชุดเล็กกว่า กะให้ใส่โทรศัพท์มือถือได้ ชิ้นบนซ้ายเป็นผ้าสักหลาด สองชิ้นล่างเป็นผ้ายีนเนื้อบาง จริงๆ อยากใช้ผ้ายีนทั้งหมด แต่มีไม่พอ หลังจากต่อผ้าทั้งหมดได้ 1 แผ่น ก็เอามาซ้อนผ้าซับใน เพิ่มแผ่นใยแบบบางตรงกลาง เพื่อเก็บลายต่อต่างๆ ไม่ให้รบกวนการใช้งาน แล้วก็ควิลท์ 
 
อีกแผ่นเป็นตัวกระเป๋า ความกว้างเท่ากัน แต่ยาวกว่า ด้านละประมาณ 10 ซม. ครั้งนี้ใช้แผ่นผ้าหนังเทียม ซึ่งเนื้อผ้าลื่น ดูดตีนผีดีนักแล  ติดฝากระเป๋าเตรียมไว้ และตัดแผ่นใยบางและซับในรอไว้ (ตามแบบ เป็นงานทดลองไม่ได้ใช้แผ่นใย กลัวจักรเย็บไม่ไหว)
พอเตรียมทั้งสองส่วนเสร็จ ก็เอาชิ้นแรกมาเย็บติดกับตัวกระเป๋าซึ่งซ้อนใยรอไว้ตามตำแหน่ง เย็บช่องกระเป๋าต่างๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ประกบตัวกระเป๋ากับซับใน เย็บที่ปากกระเป๋าทั้งสองด้าน จากนั้นก็ดึงซับในออกจากตัวกระเป๋า โดยที่ผ้าซับในด้านถูกยังประกบกันอยู่ด้านใน เราก็จะได้แผ่นผ้ายาวๆ ด้านหนึ่งเป็นตัวกระเป๋า อีกด้านเป็นซับใน จากนั้นก็เย็บด้านข้าง เริ่มจากก้นซับในที่ทบผ้าไว้มาถึงก้นกระเป๋าที่ทบไว้อีกฝั่ง ส่วนทางด้านข้างทางซ้ายมือ ให้เว้นช่องไว้กลับผ้า (ที่ผ้าซับใน) สัก 10-12 ซม. พอเย็บเสร็จก็จับตะเข็บก้นกระเป๋าให้อยู่กึ่งกลางเส้นก้นกระเป๋า ซึ่งก็จะได้ผ้าเป็นมุมแหลม เย็บขวางเส้นนั้น ปลายผ้าก็จะเป็นสามเหลี่ยม เย็บให้แน่นๆ แล้วตัดมุมทิ้งไป ทำที่มุมทุกด้าน (รวมซับใน) กลับผ้าเอาตัวกระเป๋าด้านที่สวยงามออกมาโชว์ เย็บล้มตะเข็บบนปากกระเป๋าด้วย จะได้สวยงามยิ่งขึ้น
 
 ก้นกระเป๋า
ตอนเย็บจะลำบาก เพราะตีนผีดูดหนังเทียม ให้หากระดาษลอกลายบางๆ หรือกระดาษ a4 ที่ไม่ใช้ซ้อนไว้ แล้วเย็บไปบนกระดาษ ก็จะเย็บได้ เสร็จแล้วตกแต่งอีกนิดหน่อย เช่น ติดมือจับ จะได้สะดวกเวลายกกระเป๋าเข้า-ออก
 ด้านนี้ได้ 3 ช่องสำหรับใส่ของชิ้นไม่ใหญ่ ช่องกลางต่อผ้าผิดไปหน่อยนึง ผ้าสีเลยชนกัน อันนี้ตอนแรกเข้าใจผิดว่าเป็น 3x3 ช่อง แต่จริงๆ ต้องเป็น 4x3 ช่อง เลยได้ลายมั่วๆ ไปหน่อย
 ด้านนี้มี 2 ช่อง ช่องใหญ่กว่าทำจากผ้าสักหลาด มีฝากระเป๋าให้ดูเก๋ๆ ขาดก็แต่กระดุมตกแต่ง
 ขนาดเหมาะกับกระเป๋าพอดี
วันนี้ไม่มีเรื่องเล่าให้ฟังเป็นชิ้นเป็นอัน มีคนปรารภให้ฟัง ก็เลยเอามาเล่าต่อ 
ตอนนี้เข้าสู่ยุคลูกเสี่ยขึ้นแท่น เข้ามาควบกิจการบริษัท  การบริหารจัดการก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เน้นความรวดเร็ว ไม่สนใจความถูกต้องหรือกาละเทศะใดๆ ไม่มีหลักการหรือจุดยืนที่ชัดเจน เปลี่ยนแปลง ยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา ทุกวินาที จ่ายได้ทุกอย่างเพื่อความสะดวกสบายของตัวเอง และพวกพ้องบางคน และจะถอนทุนคืนแบบสุดๆ  ไม่ใจป้ำเหมือนเสี่ยที่ชอบแจกเด็กนั่งดริ้ง แต่ยุคลูกเสี่ยนี่เด็กนั่งดริ้งต้องคิดหนัก เพราะอาจจะถูกกินฟรี
ถ้าเป็นลูกชาวนา-คนชั้นกลาง ก็เป็นแบบที่พ่อแม่เลี้ยงมาอย่างดี ไม่เคยต้องไปหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน อดๆ อยากๆ จึงรู้จักแต่เป็นเจ้าคนนายคนจริงๆ สมองจึงสั่งการแค่ให้ชี้นิ้วอย่างเดียว ไม่ฟังใคร ข้าเท่านั้นที่ใหญ่ ที่เจ๋ง ประจบสอพลอเป็นที่หนึ่ง เพราะเคยฝึกประจบพ่อแม่มาจนเคยตัว เห็นใครดีกว่าเป็นไม่ได้เชียว...ฮึ...ชอบคิดนโยบายแปลกๆ คือยึดหลักการตามที่เรียนมา ไม่สนใจทิศทางลมหรือขนบธรรมเนียมและความเป็นจริงของชีวิต ชอบสร้างกระแส ที่สุดท้ายก็ทำลายตัวเอง  
อืม... น่าคิดเนอะ ถ้าคนแบบนี้ไปบริหารประเทศ บริหารบริษัท ดูแลครอบครัว ก็คง...เจริญดีเนอะ
แล้วต่อไปจะเป็นยุคไหนล่ะเนี่ย ชักจะปรับตัวไม่ทันแล้วสิ    
ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (171.101.216.103|171.101.216.103) on 2014-10-25 23:54