พยายามไปมองหาซีรีย์เรื่องใหม่ๆ มาดู ก็มาสะดุดอยู่ที่ Running Man รายการวาไรตี้เกาหลีที่มาแทน family outing 2 ซึ่งเป็นรายการหนึ่งที่เคยชอบดู ตอนนี้ก็เลยไล่ดูตั้งแต่ตอนแรกที่ออกอากาศไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว (2010)  แรกๆ ก็สนุก พอหลังๆ สงสัยจะชินกับมุขของรายการก็เลยงั้นๆ

Laughing

หลังจากเพื่อนดิวมากระทุ้งเรื่องของสำหรับออกบูธ แถมส่งตัวอย่างงานมาให้ดู ตอนนี้ก็เริ่มกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่เต็มที่ แถมเพื่อนหมอดูยังมาปรึกษาเรื่องกระเป๋าอู๊ค เข้าให้อีก  บอกว่าเอาสวยๆ ถูกๆ ตอนนี้ก็เลยกุมขมับ ผ้าสวย เนื้อดีๆ มันก็มีราคาอยู่นะ แล้วอุปกรณ์ประกอบต่างๆ อีกล่ะ  จำใจทดลองขึ้นแบบไปแล้ว แต่ยังขาดอุปกรณ์บางส่วนอยู่ เสร็จแล้วจะมาเล่าสู่กันฟัง

Cool

 จากตัวอย่างที่เพื่อนดิวส่งมา ฉันก็เริ่มแปลงมันเสียใหม่ ให้เป็นแบบของตัวเอง ครั้งนี้ทดลองใช้วิธีแอพพลิเคด้วยจักร  ส่งรูปให้ดู เพื่อนบอกว่า ให้ทำแบบอาร์ตๆ หน่อย อย่ามาทำเรียบร้อย แล้วก็ตบท้ายว่าเล็กๆ ขนาดนี้ทำไปได้ไงล่ะเนี่ย อืม... ฉันคงบ้าไปแล้ว 

Cry

 จากการค้นคว้าข้อมูลพบว่ามีงานควิลต์รุ่นเก่าที่เรียกว่า แอนทีค ควิลต์ (Antique quilt) หลายชิ้นใช้เทคนิคแอพลิเคด้วยจักร

การใช้จักรเป็นวิธีการที่พัฒนาขึ้นในราวศตวรรษที่ 20 เพื่อช่วยลดเวลาของการทำงานแอพลิเคด้วยมือ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผลงานและคุณค่าที่ได้รับก็จะแตกต่างกัน แต่เดิมนิยมใช้กับชิ้นงานที่ต้องการความทนทาน หรือจำเป็นต้องซักบ่อยๆ เช่น ผ้าห่มเด็ก (baby quilt) 

ช่างควิลท์จำนวนมากนิยมใช้ฝีเข็มแบบปักทึบ (Satin Stitch)  เย็บที่ริมผ้าไปตามแนวรูปทรงของชิ้นงาน แต่ก็มีบางคนที่ใช้ฝีเข็มแบบตรง ( Stright stitch) เย็บ โดยปล่อยริมผ้าไว้ให้ลุ่ยอย่างนั้น วิธีแบบนี้นิยมใช้กันมากในงานควิลต์แบบร่วมสมัย หรือในงานแบบอาร์ตควิลต์

การใช้จักรเริ่มเป็นที่นิยมมากเมื่อมีการพัฒนาฝีเข็มแบบซิกแซก (Zigzag) ขึ้น ซึ่งก็หมายความว่าริมผ้าที่ติดลงไปจะได้รับการป้องกันที่ดี ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาแผ่นใยกาว หรือ Fusible webbing ที่มีน้ำหนักเบา ก็ยิ่งทำให้งานแอพลิเคเป็นเรื่องง่าย เพราะชิ้นงานติดอยู่กับที่ตามต้องการโดยไม่ต้องพึ่งพาเข็มหมุด แผ่นใยกาวนี้มีคุณสมบัติการยึดเกาะที่ดี จึงเหมาะใช้กับชิ้นงานที่แขวนบนผนัง  (Wall Hanging) หรือปลอกเบาะรอง (Cushion) แต่ในงานควิลต์เราก็ยังต้องใช้เข็มหมุด การเนาห่างๆ หรือใช้สเปรย์กาว เพื่อยึดชิ้นงานไว้ชั่วคราว

นอกจากการใช้ฝีเข็มปักทึบ และซิกแซกแล้ว ก็ยังมีฝีเข็มทางเลือกอื่นๆ ที่ใช้กันลุ่ยริมผ้า เช่น การเย็บริมผ้าห่ม (Blanket stitch) การปักรังดุม ( button Stitch)  ซึ่งฝีเข็มเหล่านี้ใช้งานได้ดีพอๆ กับการสอยซ่อนด้ายด้วยมือ สำหรับในปัจจุบันจักรเย็บผ้าส่วนใหญ่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ และมีลายปักให้เลือกมากมายที่สามารถนำมาใช้ในการแอพพลิเคด้วยจักรได้ดี อืม...เข้าใจแล้วว่า ทำไมจักรถึงมีลายให้เลือกมากมาย

 Money mouth

ในการแอพพลิเคด้วยจักรมีขั้นตอนการทำงานแบบเดียวกับการใช้มือเย็บ คือ ตัดผ้าเป็นรูปทรงตามที่กำหนดขึ้น โดยเผื่อตะเข็บไว้โดยรอบ 1 ส่วน 16 นิ้ว น่าจะสักประมาณ 3 มม. ได้มั้ง อันนี้เป็นแบบอเมริกัน ส่วนแบบญี่ปุ่นก็อย่างที่เราทราบๆ กันอยู่

วิธีทำให้ผ้าได้รูปทรงตามต้องการก็มีหลายวิธีด้วยกัน คงไม่ต้องสาธยายนะคะ โดยการทำเป็นเส้นตรงล่ะก็ง่ายที่สุด ส่วนการทำเส้นโค้งก็มีวิธีหลายอย่าง ที่นิยมคือการตัดผ้าเฉียง ขอใช้คำนี้ เพราะ คำว่า “ผ้าเฉลียง” เปิดดูในพจนานุกรมแล้วไม่มี

ส่วนการทำรูปทรงอื่นๆ ก็มีตัวช่วยหลายแบบ เช่น ใช้พลาสติกทนความร้อน (heat resistant Plastic) กระดาษฟรีเซอร์ (freezer paper) ทำเป็นแบบ เอาผ้ามาห่อ รีดเก็บริมผ้าไว้ด้านล่าง เมื่อนำมาเย็บติดก็เอาแบบที่ใส่ไว้ออก อันนี้ทำเป็นกันทุกคน

อีกวิธีคือ ลอกแบบบนผ้าที่จะติด (Background) และก็ลอกแบบบนผ้าที่จะตัดเป็นรูปทรง เผื่อตะเข็บไว้ด้วย นำมาติดแล้วสอยไปตามแนวเส้น (ดูตัวอย่างจากบทความที่ผ่านๆ มา) 

การทำงานทั้งหมดนี้ถ้าจะให้ได้ผลดีก็ต้องใช้เวลาฝึกฝน

Smile

การแอพลิเคด้วยจักร เขาก็มีเทคนิคเฉพาะหลายอย่าง ซึ่งฉันก็กำลังพยายามเรียนรู้และทดลองอยู่  เช่น การเริ่มเย็บควรเริ่มต้นตรงลายที่เป็นแนวค่อนข้างตรง หรือถ้าเป็นแนวโค้งก็ควรเป็นแนวโค้งที่กว้างๆ หน่อย เหมือนการขับรถบนถูเขาล่ะค่ะ ถ้าโค้งหักศอกก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากหน่อย คอยยกตีนผีขึ้น ส่วนเข็มให้ปักค้างไว้ แล้วก็จัดทิศทางการเย็บ เพื่อประคองฝีเข็มให้ไปตามรูปทรงของแบบ ถ้าเป็นฝีเข็มแบบปักทึบ แนวของเส้นลายจะต้องอยู่กึ่งกลางของฝีเข็ม แต่เป็นเส้นโค้งแนวเข็มก็ต้องอยู่ด้านนอกเส้นโค้ง ห่างจากแนวเส้นนิดหน่อย เวลาเริ่มต้นก็ให้เริ่มจากด้านในออกไปด้านนอก เป็นต้น

ต่อไปนี้เป็นเกร็ดที่พยายามรวบรวมมาจากที่ต่างๆ และจากการทดลองส่วนตัว

 
***********************
โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน
********************

 1. ชิ้นงานที่ต้องการความเรียบ ให้ใช้กระดาษที่คงรูปและมีน้ำหนักเบา หรือ freeze paper หรือกระดาษที่ใช้ในงานปักผ้า วางไว้ด้านล่าง อันนี้ใช้กระดาษ a4 ประมาณสัก 70 แกรมก็ได้ แต่เวลาเย็บจะมีเสียงปุ ปุ นิดหน่อย แต่ใช้ได้ดี 

2.ใช้เข็มจักร เบอร์ 60 และเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อป้องกันเข็มงอใช้งานไม่ได้

3.ใช้ด้ายที่บางแต่แข็งแรง เช่น ด้ายปักจักรที่ทำจากฝ้าย

4. สามารถใช้ด้ายไนลอน หรือที่ชอบเรียกว่า "ด้ายล่องหน "ที่ชิ้นงานด้านบนได้ ส่วนด้ายล่าง หรือด้ายกระสวยให้ใช้ด้ายฝ้าย โดยในการทำงานก็ให้ปรับความตึงหย่อนของด้ายตามความจำเป็น

5.ใช้เข็มหมุดที่บางและคม เข็มหมุดแบบช่างเสื้อก็ใช้ได้ดี ไม่ต้องหาให้ยุ่งยาก

6. ทดสอบฝีเข็มก่อนเย็บเสมอ เพราะจักรแต่ละยี่ห้อจะให้ฝีเข็มต่างกัน

7.ใช้ตีนผีแอพพลิเคหรือตีนผีสำหรับปักผ้าโดยเฉพาะ เพราะจะช่วยให้เรามองเห็นแนวเส้นแบบได้ตลอดการทำงาน และตีนผีบางแบบก็ใช้กับฝีเข็มซิกแซกไม่ได้

8.ดึงด้ายล่างขึ้นด้านบนก่อนเริ่มทำงาน และเย็บย้ำ 2-3 ครั้งที่ตำแหน่งฝีเข็ม 0 เพื่อป้องกันด้ายหลุด และทำซ้ำเมื่อจบการเย็บ

9.เย็บด้วยด้ายสีเดียวกันตลอดชิ้นงาน ถ้าจะเปลี่ยนสีด้ายก็ต้องเปลี่ยนสีด้ายที่กระสวยด้วย (อันนี้ยกเว้นงานที่ตั้งใจให้สีต่างกัน เช่นงานอาร์ต)

10.การใช้ด้ายสีเข้มจะช่วยทำให้ชิ้นงานดูโดดเด่น สวยงาม

11.ถ้าใช้แผ่นกาว (Fusible webbing) ต้องแน่ใจว่าลอกแบบกลับด้านแล้ว (Reverse) อันนี้สำคัญมากๆ โดยเฉพาะลายที่เป็นตัวอักษรหรือตัวเลข

ขอตบท้ายด้วยตัวอย่างงานที่ทดลองทำ ใช้วิธีตัดผ้าวางลงไปแล้วเย็บเลย เอาแบบบ้าน บ้าน ไม่ได้รีดกระดาษกาวก่อน ทิ้งริมผ้าไว้ให้ลุ่ย  เพื่อนบอกว่า ยังดูเรียบร้อยไปหน่อย

 
มีบางแบบใช้ลวดลายที่พิมพ์บนผ้าแล้วมาเย็บติด บางแบบก็เพิ่มลูกเล่นอื่นๆ เช่น ติดกระดุม ติดผ้าสักหลาดเพื่อเพิ่มมิติของชิ้นงาน

       

ขอให้มีความสุข ความเจริญ... ประเทศชาติเป็นของเราทุกคน ช่วยๆ กันดูแลหน่อยนะคะ

happy with machine applique'

edit @ 30 Aug 2011 12:09:59 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

ไม่เป็นไรค่ะ รอได้ค่าbig smile

#3 By ปู (116.68.150.68) on 2011-09-01 15:17

ขออภัยที่ยังบอกสถานที่ออกบูธไม่ได้นะคะ เพราะเจ้าของงานเขาให้อุบไว้ก่อน

#2 By bear a wish on 2011-09-01 11:28

ไปออกบูธที่ไหนคะ จะตามไปชมค่ะopen-mounthed smile

#1 By ปู (116.68.150.68) on 2011-08-30 15:53