พุธ พฤหัสนี้ Yong Hwa กับ Shin Hye ก็จะลาจอแล้ว อุตส่าห์ลุ้น Yong Hwa มาตั้งนาน เพิ่งมาเลิกเป็นท่อนไม้เอาเมื่อใกล้จะจบซีรีย์ เฮ้อ...ก็ยังดีกว่าไม่พัฒนาอะไรเลย
 
เดี๋ยวคงต้องเตรียมหาเป้าหมายต่อไป... เรื่องใหม่...
 
 
หลังจากหยุดเย็บผ้ามาแป๊บนึง เพื่อนดิวก็มากระตุ้น... บอกว่าใกล้ถึงเทศกาลของขวัญแล้ว เตรียมรึยัง บูธที่ไปจองกันไว้น่ะ...จะว่าไง... (ฮึ)
 
ตอนนี้ก็เลยพยายามขมีขมันแบ่งเวลามาค่อยๆ ทำ ขอย้ำนะว่า ค่อยๆ ทำ จริงๆ
 -
-
-
 
เมื่อสัปดาห์ก่อนไปร้านหนังสือ เห็นหนังสือของคุณ Kathy mom มาขายตั้งหลายเล่ม ทั้งที่เป็นของสำนักพิมพ์ Tsushin แล้วก็ NHK ก็เลยสงสัยว่า hawaiian quilt กำลังจะเป็นกระแสรึเปล่า
 
คงไม่ใช่หรอก...
 
เพราะฮาวายเอี้ยนควิลท์ในบ้านเราก็เริ่มมานาน คนที่สอนและถือว่าเป็นตัวแม่ก็น่าจะเป็น "วนิดาควิลท์"
 
 
ฉันเคยดูรูปงานแบบนี้ในหนังสือเมื่อนานมาแล้ว รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไร (เริ่มสงสัยว่าตัวเองชอบอะไรบ้างเนี่ย 555)สีสันค่อนข้างแรง เพราะใช้พวกแม่สี แถมลายก็หยักๆ  โค้งๆ แหลมๆ ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรกันแน่ ขี้เกียจจะจินตนาการ...
 
 
พอดูหนังสือของคุณป้าแคธี ก็ชวนให้รู้สึกว่าน่าสนใจ เพราะคุณป้าใช้สีค่อนข้างนุ่มนวล ประมาณพาสเทล ดูแล้วสบายตา แถมรูปแบบก็พัฒนาให้ดูเข้าใจง่าย เป็นพวกดอกไม้ ใบไม้ต่างๆ ก็เลยรู้สึกว่าเป็นงานที่น่าสนใจ
 
 
มีผู้ให้ความรู้ว่า Kathy mom น่าจะเป็นชื่อนามปากกามากกว่า ชื่อจริงของเธอคือ Kathy Nakajima เกิดที่เกาะ Maui ฮาวาย เธอจัดเป็นคนที่มีบุคลิกและหน้าตาดี จึงเป็นสตาร์ ออกทีวีบ่อยๆ คนญี่ปุ่นชอบ ถ้าเป็นบ้านเราก็ต้องบอกว่าเป็นเซเลบ ประมาณนั้น ฉันไม่มีข้อมูลของเธอมากนัก ถ้ามีโอกาสจะพยายามไปค้นคว้าสักหน่อย
 
 
มาว่าที่ฮาวายเอื้ยนควิลท์กันดีกว่า
 
 
เท่าที่ค้นมา ในหนังสือบางเล่มเรียกว่า Hawaiian Applique' หมายถึงงานผ้าแบบประยุกต์ ใช้การปะติดผ้าหลายๆ ชั้น ซึ่งเกิดขึ้นในราวศตวรรษที่ 19  เมื่อมิชชันนารีที่เข้าไปเผยแผ่ศาสนาได้สอนสตรีชาวเกาะในแถบทะเลใต้ (South sea) อันได้แก่ ฮาวาย เกาะคุก และตาฮีติ (น่าจะเกาะเดียวกับที่โกแกง-ศิลปินดังชาวฝรั่งเศสไปพำนัก) เพราะตกใจที่เห็นสตรีชาวเกาะสวมกระโปรงที่ทำจากต้นหญ้า ซึ่งดูอุจาดตา (ที่จริงน่ารักออก โดยเฉพาะเวลาส่ายสะโพก...รำ...ระบำชาวเกาะ )
 
แต่เดิมการทำงานควิลท์บนเกาะแห่งนี้ก็ยึดถือตามแบบปฏิบัติในนิวอิงแลนด์ (เข้าใจว่าเป็นการต่อผ้า และแอพลิเคแบบทั่วๆไป) เมื่อสอนๆ ไปก็พบว่า ชาวเกาะไม่ค่อยถนัด ประกอบกับมิชชันนารีที่เข้าไปส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน ซึ่งก็คงไม่ถนัดงานแบบนิวอิงแลนด์ ก็เลยหาวิธีที่เหมาะกับผู้สอนและผู้เรียน จึงดัดแปลงเทคนิคการตัดกระดาษเป็นรูปภาพ ที่เรียกว่า Scherenschnitte หรือ Papercuts ซึ่งนิยมกันมากในเยอรมันและสวิสเมื่อเกือบ ๆ ปลายศตวรรษที่ 18 ในอังกฤษเข้าใจว่าเรียก Silhouette หรือภาพเงาดำ แล้วนำมาติดบนผืนผ้า
 
หลายคนคงเคยตัดกระดาษแบบนี้เล่นมาแล้ว คือ ใช้กระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสพับแบ่งครึ่งประมาณ 2 ครั้งแล้วครั้งที่ 3 ก็พับแบ่งอีกที ได้รูปสามเหลี่ยม จากนั้นก็ตัดเป็นรูปร่างตามแต่จะจินตนาการที่ด้านตรงข้ามกับสันทบ เมื่อกางออกก็จะได้รูปที่มีลักษณะลายเหมือนกันออกมา 4 ชิ้น แต่ละชิ้นก็มีลักษณะลายที่สมมาตรกัน เช่น ลายเกล็ดหิมะ (Snow flake) แต่ถ้าเราพับกระดาษตามแนวตั้ง โดยพับสลับไปมาเหมือนพัด ฝรั่งเรียก accordion fold แล้วตัดเป็นรูปคน ก็จะได้คนจับมือเรียงกันตามจำนวนที่เราพับกระดาษ
 
ถ้าเราตัดกระดาษแบบนี้เล่นๆ ก็สนุกดี แต่ลองคิดดูสิว่า ชาวเกาะเขาเอาลายที่ตัดกระดาษออกมาเหล่านี้มาใช้เป็นแพตเทิร์นตัดผ้า แล้วปะติดลงบนผ้าอีกชิ้น โดยมีเข็มกับด้ายเป็นอุปกรณ์ในการทำงานนั้น มันจะยากเย็นแค่ไหน เพราะลายที่ตัดได้จะมีทั้งคดโค้ง หยักงอ บางจุดก็อาจเป็นมุมที่แหลมเปี๊ยบ แต่ชาวเกาะเหล่านั้นก็ทำออกมาได้อย่างสวยงาม แถมพัฒนาลวดลายที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างยอดเยี่ยม
 
ลวดลายของฮาวายเอี้ยนส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากธรรมชาติรอบๆ ตัว ดอกไม้ ใบไม้ ผัก ผลไม้ ต้นไม้ แต่ละคนก็ออกแบบและตั้งชื่อลายของตนเอง แทบจะไม่มีลายที่ซ้ำกันเลย เพราะต่างคนต่างก็อาศัยจินตนาการในการทำงาน แต่มีสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันก็คือ การใช้สี 2 สีคือ สีเข้ม เป็นลวดลายที่นำมาติด ส่วนสีอ่อนกว่าเป็นสีพื้น หรือผ้าพื้นหลัง (background ) ผ้าที่ใช้ก็มักเป็นสีพื้น ไม่มีลวดลาย เรียกว่า Solid เข้าใจว่าหาได้ง่ายที่สุดในยุคนั้น และที่สำคัญและเป็นเอกลักษณ์ก็คือ การควิลท์รอบๆ ลายเป็นเส้นคลื่น หรือ Echo Quilting เพื่อใช้ตัวแทนของคลื่นที่ซัดสาดเข้าสู่ชายหาดของเกาะ มีความหมายดีนะคะ
 
   ผ้าผืนนี้ใช้เทคนิคของการตัดกระดาษแบบ scherenschnitte หรือ German papercuts เข้าใจว่าทำในราวปีค.ศ. 1840-1860  ที่มา : the quilter's resource book by Maggi McCormick Gordon
 
  ผืนนี้ใช้เทคนิคเดียวกัน ทำขึ้นในราวต้นศตวรรษที่ 20 เป็นรูปทรงที่เรียกว่า Cookie-cutter ประกอบด้วยรูปทรงหัวใจ วงกลม ข้าวหลามตัด และ star of david ต่อระบายโดยรอบ ที่มา : the quilter's resource book by Maggi McCormick Gordon
 
 
แต่เดิมการทำงานใช้วิธีตัดผ้าเป็นชิ้นใหญ่ๆ ชิ้นเดียวแล้วติดไปบนผ้าพื้นหลัง ซึ่งไม่รู้ว่าไอเดียนี้มีที่มาอย่างไร และเรียกงานแบบนี้ว่า Hawaiian Quilt ต่อมาพัฒนาทำชิ้นงานเป็น Motif หรือบล็อกขนาดย่อมๆ แล้วเอามาต่อกันเป็นผืน ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า Hawaiian Applique' ส่วนงานแบบตาฮิตีนั้นไม่นิยมควิลท์ แต่จะเย็บริมและใช้เป็นผ้าปูที่นอน
 
 Kukui O Kahuku (c.1880) เป็นลายดอกไม้ที่ชื่อว่า Kukui ที่ขึ้นอยู่บนเกาะ Oahu ที่มา : the quilter's resource book by Maggi McCormick Gordon
 
 Paper Cuts (c.1950) เป็นชิ้นงานที่ทำขึ้นเพื่อสืบทอดการทำงานแบบดั้งเดิม ที่มา: the quilter's resource book by Maggi McCormick Gordon
 
 Breadfruit (1915-1925) เข้าใจว่าเป้นต้นสาเก ต้นไม้พื้นเมืองบนเกาะฮาวาย ลายของต้นไม้ที่มุมทั้งสี่เท่ากันและเหมือนกันเป๊ะ ตรงกลางเป็นกากบาท แล้วมีแฉกแหลมเป็นรังสีแผ่ออก ซึ่งต้องใช้ฝีมือระดับสุดยอดเท่านั้นจึงจะทำได้
: ที่มา the quilter's resource book by Maggi McCormick Gordon
 
ในปัจจุบันฮาวายเอี้ยนควิลท์พัฒนาเทคนิคการทำงานและรูปแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้น ดังเช่นที่ป้าเคธีทำอยู่ค่ะ ใครอยากดูผลงานของคุณป้าก็ลองถามหาที่อาจารย์กู (เกิ้ล) ได้นะคะ
 
ส่วนฉันก็เอาเทคนิคแอพลิเคจากที่ไปเรียนมาเมื่อครั้งก่อน ทดลองทำฮาวายเอี้ยนควิลท์ดู แต่ไม่ใช่ฮาวายเอี้ยนแบบดั้งเดิมนะคะ เอาแพตเทิร์นมาจากหนังสือเล่มหนึ่งของสำนักพิมพ์ Tsushin เป็นกระเป๋าใบเล็กๆ รูปทรงน่ารักดี ดูคล้ายๆ พัด ซึ่งเป็นรูปทรงหนึ่งที่คนญี่ปุ่นชอบใช้ เรียกว่าเป็น Traditional หรือประเพณีนิยม เพื่อแบ่งภาพของสวรรค์และโลก คล้ายๆ งานจิตรกรรมไทยประเพณี ที่ต้องมีกรอบสินเทา หรือเส้นหยักๆ เพื่อบอกอาณาเขตของสวรรค์ กับโลกมนุษย์
 
มาดูวิธีทำกันค่ะ
  
ทำแพตเทิร์นรูปทรงกระเป๋า แล้วก็ตัดแบบ ใช้วิธีทบกระดาษ วาดรูป ตัด แล้วกางออกมา
 
 
 
 
ตัดผ้าแบบเดียวกับตัดกระดาษ ทบผ้าก่อน ตัดผ้าเผื่อตะเข็บไว้ 0.5-0.7 ซม. ใหญ่ไว้ก่อน แล้วค่อยเล็มออกทีหลัง
 
 
ครั้งนี้ใช้เทคนิคพับสอยค่ะ วาดลายบนผ้า (ด้านถูก) ใช้ปากกาแบบลบได้นะคะ ตอนที่เย็บลายที่เว้า ต้องขริบริมผ้าลงมาให้ใกล้เส้นเย็บ ส่วนที่เป็นมุมแหลมจะสอยมาถึงจุดปลายแหลม จากนั้นก็พับปลายลงก็จะได้มุมแหลม ตะเข็บที่เราเผื่อไว้ค่อนข้างใหญ่ให้เล็มออกเป็นระยะ
 
 
พอแอพลิเคเสร็จก็เอามาเนาติดกับแผ่นใยและผ้าซับใน ครั้งนี้ใช้แผ่นใยบาง เพราะกระเป๋าใบเล็กค่ เนาออกจากกึ่งกลาง เนาไปทุกๆ ด้าน ให้เส้นถี่หน่อยนะคะ จะได้ยึดผ้าได้เรียบ เวลาควิลท์ไม่ย่น เสร็จแล้วให้เนารอบชิ้นงานอีกครั้ง ให้ห่างจากริมที่เผื่อไว้สัก 0.5 ซม. ควิลท์ไปตามเส้นรอบรูป ควิลท์ซ้อนออกมาทีละชั้นแบบ Echo quilting
 
  
พอควิลท์เสร็จก็เอาไปซักค่ะ อันนี้จำมาจากควิลเตอร์ท่านหนึ่ง เอาหมึกที่ขีดไว้ออกสักหน่อย จากนั้นเอาแพตเทิร์นตัวกระเป๋ามาทาบ ขีดเส้นไว้
 
ประกอบชิ้นงาน ในหนังสือเขาจะทำซับในต่างหากอีกชิ้น แต่ฉันขี้เกียจ พอเย็บต่อชิ้นงานเข้าด้วยกัน ก็เล็มแผ่นใยกับซับในออกนิดหน่อย แล้วก็ม้วนริมผ้าตัวนอกแล้วสอยติดไปกับตัวกระเป๋า (ฉันเผื่อตะเข็บด้านที่จะต้องประกอบกัน และริมผ้าปากกระเป๋าไว้ประมาณ 1.5-2 ซม. ค่ะ)
ตัดผ้ากุ๊นเฉลียง คำนวณจากขนาดกุ๊นที่เราต้องการให้เห็นบนชิ้นงาน  เช่น 0.8 ซม. ก็เอามาคูณ 2 เป็น 1.6 จากนั้นก็บวกตะเข็บเผื่อเย็บ 2 ด้าน ด้านละ 0.5 ซม. ก็ได้เป็น 1.6+1.0 = 2.6 ซม. ส่วนความยาวก็ให้ยาวไว้ก่อน ค่อยตัดทีหลัง นำกุ๊นติดที่ปากกระเป๋าตามแนวที่ขีดเส้นไว้ค่ะ สอยเก็บริมที่ด้านใน เสร็จแล้วติดซิป
การติดซิป ให้วัดจากข้างกระเป๋าเข้ามา 0.5 ซม. นี่คือตำแหน่งวางหางซิปและหัวซิป  ใช้ซิปยาวประมาณ 20 ซม. ค่ะ จุดสังเกตอีกอย่างคือ ให้ฟันซิปแต่ละด้านห่างจากขอบกระเป๋า (ผ้ากุ๊น) ประมาณสัก 0.5 ซม. เวลาเย็บซิปก็ด้นถอยหลัง ระวังไม่ให้ฝีเข็มทะลุมาด้านหน้า ริมซิปด้านในก็สอยฟันปลา จะได้ไม่บานออกเกะกะเวลาใช้งาน
 
 เสร็จแล้วค่ะ ลายผ้าสองด้านไม่เหมือนกัน เพราะใช้วิธีทบผ้าก่อนตัด เราจึงเลือกวางลายได้แค่ด้านเดียว อีกด้านก็ต้องปล่อยไปตามลายผ้า เลยได้ลายอย่างที่เห็นค่ะ
ฝนตกบ่อย ระวังเป็นหวัด ถ้าขับรถก็ต้องใช้ความระมัดระวังนะคะ
ขอกลับบ้านไปหาซีรีย์เรื่องใหม่ก่อนนะคะ
Happy Quilting ;)

edit @ 15 Aug 2011 18:34:23 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ หาข้อมูลเก่งมากเลยค่ะ เอ๋ลองพยายามหาข้อมูลเรื่องประวัติงานควิลท์หลายครั้งแล้ว แต่ไม่ค่อยเจอ

#5 By ninbo aea (118.174.94.219) on 2011-08-17 13:04

ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย ขอบคุณนะคะ

#4 By apple cake (124.122.174.11) on 2011-08-16 23:00

ขอบคุณมากนะคะ ได้เทคนิคที่ไม่รู้ไปใช้ทำงานชิ้นต่อๆไป
ขอบคุณอีกครั้งค่ะbig smile big smile

#3 By ปู (116.68.150.68) on 2011-08-16 09:08

ตอบนะคะ.
งานควิลท์ของชาวเขา เป็นงานในสไตล์ folk Art อยู่ไนกลุ่มที่เรียกว่า reverse appliqué จะซ้อนผ้าอีกชั้นหรือมากกว่าไว้ใต้ผ้าที่ตัดเป็นลายค่ะ งานควิลท์แบบชาวเขานั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากม้งในประเทศจีน ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่ในไทย ลาว และตอนเหนือของเวียดนาม บางคนบอกว่า พวกมิชชันารีเข้ามาสอน แต่โดยส่วนตัวคิดว่า น่าจะเป็นวัฒนธรรมของชนเผ่ามากกว่า

พออเมริกาถอนทหารจากเวียดนามในปี 1975 ม้งซึ่งเคยช่วยรบก็เลยได้อพยพไปอเมริกาพร้อมกับนํามรดกก็คืองานผ้าแอพลิเคและรีเวอร์สแอพลิเคไปด้วย งานนี้จึงเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากนักประวัติศาสตร์มาก

งานแอพลิเคของม้งเรียกว่า paj ntaub หรือ pa ndau หรือผ้าดอกไม้ กําลังคิดว่าจะเขียนถึงในต่อไป ขอบคุณที่พูดถึงนะคะ

#2 By bear a wish on 2011-08-15 22:38

เคยเห็นงานชาวเขาคล้ายๆจะเป็น hawaiian เหมือนกันนะคะ

#1 By apple cake (110.168.118.235) on 2011-08-15 20:40