Sunbonnet Sue เป็นแพทเทิร์นหนึ่งที่เราจะพบได้บ่อยมาก-มากที่สุดในงานควิลท์และแพชเวิร์ค และอาจรวมไปถึงงานแบบอื่นๆ ด้วย
 
...จำได้ว่าสมัยเป็นเด็ก เคยเห็นรูปเด็กผู้หญิงตัวกลมๆ สวมกระโปรงทรงสุ่ม สวมหมวกปีกกว้างปิดหน้า วางท่าทางหลากหลายอิริยาบถบนบัตรอวยพรปีใหม่ 
 
พอมาสนใจเรื่องงานผ้า ก็เห็นเธอมาเฉิดฉายบนลายผ้าหลากสีสัน แถมเป็นแบบให้เราๆ ท่านๆ ได้ทำแอพลิเคกัน ตอนที่สนใจงานผ้าใหม่ๆ มองไปทางไหนก็มีแต่คนทำแพทเทิร์นเด็กหญิงซูบนชิ้นงานต่างๆ ทั้งหมอน ผ้าห่ม กระเป๋า ตีคู่มากับผ้าลาย Raggedy Ann, Bess & Billy จนฉันรู้สึกเบื่อเธอเป็นอันมาก และไม่เคยคิดว่าจะลงมือทำ
 
ฉันพบลายเด็กหญิงซู ในหนังสือเล่มหนึ่ง ใต้ภาพเขียนบรรยายว่าเป็นผลงานการออกแบบของ Kate Greenaway -นักเขียน+นักวาดภาพวรรณกรรมสำหรับเด็ก ชาวอังกฤษ เธอเขียนและวาดภาพหนังสือไว้หลายเล่ม ตัวละครของเธอจะเป็นเด็กหญิงและเด็กชายที่แต่งตัวในสไตล์รีเจนซี หรือปลายศตวรรษที่ 18 เด็กหญิงสวมกระโปรงยาว จับสม็อก มีหมวกที่เรียกว่า bonnet ส่วนเด็กชายจะสวมหมวกฟางหนังสือเล่มที่น่าจะเป็นต้นแบบคือ Under the window ที่เขียนในปีค.ศ. 1879 ซึ่งต่อมาบริษัทลิเบอร์ตี้ ผู้ผลิตผ้าดังของอังกฤษก็เอามาทำลายพิมพ์บนผ้า แล้วตัดเป็นเสื้อผ้าสำหรับเด็กๆ
 
ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.ortakales.com/illustrators/Greenaway.html
 
ในอีกแหล่งข้อมูลหนึ่งก็บอกว่า  Sunbonnet Sue นี้เป็นการออกแบบดั้งเดิมของอเมริกัน เขาใช้คำว่า " American original design" ซึ่งฉันพยายามอ่านและรวบรวมมาดังนี้
 
Sunbonnet Sue เป็นผลงานการออกแบบของชาวอเมริกันที่ถือกำเนิดขึ้นมากว่า 100 ปี  ใช้เทคนิคการทำงานแบบแอพลิเค ซึ่งเป็นเทคนิคที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีบางแพตเทิร์นที่ใช้เทคนิค piecing ใช้จักรปัก และปักมือ งานที่เลื่องชื่อและเป็นที่รู้จักดีก็คือ redwork--การปักลายด้วยไหมปักสีแดงบนผ้าสีขาว
แพตเทิร์น sue นั้นมีอิริยาบถและกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น รดน้ำต้นไม้ เก็บดอกไม้ เลี้ยงไก่ บางทีก็เล่นกับเพื่อน ถ้าเป็นเด็กผู้ชายก็คือ  overall Sam ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงก็คือ sarah ในยุคต่อๆ มาก็มีการออกแบบเพื่อให้เข้ากับฤดูกาล วันและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ แต่เอกลักษณ์ที่ยังคงเดิมก็คือ ใบหน้าของเธอจะถูกซ่อนไว้ใต้ปีกหมวกขนาดใหญ่ ซึ่งต่างจากแซมที่บางครั้งก็ยังเปิดเผยใบหน้าให้เห็นบางส่วน

ลักษณะของซู มีเค้าโครงมาจากการออกแบบในราวทศวรรษที่ 1880 ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้ Bertha Corbett ซึ่งได้จัดพิมพ์หนังสืออ่านสำหรับเด็กหลายเล่ม เช่น  Sunbonnet Babies ซึ่งเธอพิมพ์ขึ้นเองในปีค.ศ. 1900 จากนั้นเธอก็ร่วมงาน Eulalie Osgood Grover พิมพ์หนังสือชื่อ The Sunbonnet Babies primer ในปีค.ศ. 1902 เป็นหนังสือชุด ต่อมาในปีค.ศ.1905 ก็แนะนำตัวละครเพิ่มคือ The Overall Sam ความนิยมในหนังสือจึงทำให้นักวาดภาพประกอบสองคนคือ Dorothy Dixon และ Bernhardt Wall  โดดเข้าร่วมขบวนผลิตบัตรอวยพร โปสการ์ด ปฏิทิน และหนังสือออกมาอย่างมากมาย แต่อย่างไรก็ตาม Bertha Corbett  ก็ยังได้รับการขนานนามว่า "mother of the Sunbonnet Babies."

จากภาพในหนังสือเด็กก็เริ่มดัดแปลงเป็นแพตเทิร์นสำหรับงานปัก Redwork และแพตเทิร์นในงานควิลท์ ซึ่งจากการค้นคว้าพบว่าในช่วงปีค.ศ. 1920 เป็นช่วงสุญญากาศ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแพตเทิร์นนี้เลย มาพบอีกในปีค.ศ. 1922 ซึ่งแพตเทิร์นก็น่าจะดัดแปลงมาจากโปสการ์ดและหนังสือของ Bernhardt Wall  แต่ก็ยังเป็นที่สับสนกันอยู่ เพราะจากการค้นคว้าพบว่า  Ladies Art Company ("LAC") น่าจะเป็นผู้ผลิตแพตเทิร์นแอพลิเคออกจำหน่ายเป็นครั้งแรก

ในหนังสือ A Meeting of the Sunbonnet Children ที่เขียนโดย Betty Hagerman ได้อ้างอิงคำพูดของ Clifford Burns ที่บอกว่า แพตเทิร์น "Sunbonnet Sue and Overall Bill" # 7023 น่าจะพิมพ์ขึ้นในราวปีค.ศ. 1900-15 แล้วก็หายไปพักหนึ่งในราวปีค.ศ.1923  แต่แพตเทิร์นหมายเลขดังกล่าวกลับไม่ปรากฏในแคตตาล็อกของบริษัทในช่วงก่อนปีค.ศ. 1933 ข้อมูลของแพตเทิร์นนี้ค่อนข้างสับสน Hangerman บอกว่า Burns น่าจะหมายถึงแพตเทิร์น # 6009 มากกว่า แต่ก็ไม่มีใครพบแพตเทิร์นหมายเลข 6009 ในช่วงก่อนทศวรรษที่ 1920

แพตเทิร์นแอพลิเคแรกที่พอจะระบุข้อมูลได้ น่าจะเป็นของ Marie Webster ปรากฏครั้งแรกในLadies Home Journal  เดือนมกราคม ค.ศ.1911 และสิงหาคม ค.ศ.1912 จากนั้นก็พิมพ์ซ้ำในหนังสือ Quilts: Their Story and How to Make Them. ในค.ศ. 1915

Woman's World ฉบับเดือนมกราคม ค.ศ.1921 ได้ตีพิมพ์แพตเทิร์น Sunbonnet Sue Babies จำนวน 30 บล็อกในอิริยาบถต่างๆ ซึ่งดัดแปลงมาจากภาพในหนังสือของ Bertha Corbett ใช้ผ้าสีพื้นบนพื้นสีเขียว  โดยนิตยสารให้เครดิตกับ John Then ในฐานะผู้ออกแบบ แต่แพตเทิร์นนี้ก็มีวิธีทำงานที่ซับซ้อนกว่าของ Marie Webster

ในราวปีค.ศ.1930 วงการผ้าได้พัฒนาเทคโนโลยี ให้สามารถพิมพ์ผ้าเป็นลวดลายต่างๆ ได้มากมาย โดยเฉพาะลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋มสีหวานๆ ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งยุค จึงทำให้มีการออกแบบเสื้อผ้าและหมวกของเด็กหญิงซูกันอย่างหลากหลาย เช่น แพตเทิร์น Springtime Molly ของ Eveline Foland ที่ตีพิมพ์ใน Kansas City Star  ฉบับเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1930 ซึ่งเป็นแพตเทิร์นที่สวยงามแต่ก็ซับซ้อน

ต่อมาก็เริ่มมีแพตเทิร์นแบบง่ายกว่าออกมาจำหน่าย เช่น Mother Goose Folk ของ Ruby Short McKim (Household Magazine, 5/31) มีชุด Kit อีกหลายชุดของ LAC ที่พิมพ์ในราวปี 1931-33  Sunbonnet Baby and Sunny Jim ของ Nancy Cabot ตีพิมพ์ใน Chicago Tribune ในปีค.ศ. 1933  ต่อมาในปี 1935 Carrie Hall พิมพ์หนังสือ The Romance of the Patchwork Quilt in America  ซึ่งมีรูปของ  Sun-Bonnet Baby ลักษณะเหมือนของ Foland

ส่วนชื่อ Sunbonnet Sue นั้นเข้าใจว่าเรียกกันมาในราวปีค.ศ. 1908 มาจากชื่อเพลงที่ปรากฏในปีนั้น โดยที่ก่อนนี้ แพตเทิร์นนี้ยังไม่มีชื่อเรียกที่แน่นอน ในราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีการเรียกชื่อ นัยว่าเพื่อผลทางการตลาด-การขาย เข้าใจว่าใช้กันในแถบทางตะวันออกเหนือ และ midwest คำว่า Sue หมายถึงตุ๊กตาดัชท์ (Ducth Doll) 

ในราวทศวรรษที่ 1920  Sun-Bonnet Baby ก็มีพี่สาว (Big sister) ซึ่งเป็นหญิงสาวแต่งตัวในสไตล์โคโลเนียล กางร่ม  ทั้ง  Sunbonnet Sue และพี่สาวชาวอาณานิคมเป็นแพตเทิร์นที่ได้รับความนิยมมาจนกระทั่งถึงกลางศตวรรษที่ 20 มีการดัดแปลงไปทำบัตรอวยพร และแพตเทิร์นแอพลิเค ซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม แต่แพตเทิร์น Sue แบบดั้งเดิมที่นิยมกันก็เป็นแบบของ Nancy Cabot

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 บรรดาควิลเตอร์ต่างๆ ก็เริ่มมองหาแรงบันดาลใจจาก Sunbonnet Sue รุ่นเก่าๆ แล้วนำกลับมาชุบชีวิตใหม่อีกครั้ง  โดย Jean Ray Laury ได้เริ่มพิมพ์หนังสือชุด Sunbonnet Sue ขึ้นในปีค.ศ. 1987 ซึ่งได้รับความนิยมมากจนถึงปัจจุบัน เพราะมีเรื่องราว ท่าทางที่ดูสนุก ทำไม่ยาก

ส่วนงาน Redwork นั้นก็กลับมานิยมอีกครั้งในราวปีค.ศ. 2000 โดยแพตเทิร์นก็ยึดตามแบบหนังสือของ Corbet และ Bernhardt Wall 

ส่วน Sunbonnet Sue ในปัจจุบันก็มีหลายแบบ หลายอิริยาบถ หลายช่วงอายุ  และมีผู้ออกแบบมากมาย โดยใช้พื้นฐานจาก Sunbonnet Sue แบบดั้งเดิม หลายแบบพัฒนาให้มีความซับซ้อน จนดูแล้วไม่อยากทำ บางแบบก็ดูง่ายๆ จนไม่อยากทำอีกเหมือนกัน 555

ฉันเคยทำ 1 แบบวาดขึ้นจากความทรงจำ ว่าจะเอารูปมาอวดแต่หาไม่เจอ ตอนนั้นทำเป็นปกสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ จำหน่ายเพื่อเอาเงินไปช่วยการกุศล

 

ตอนนี้ทำเพิ่มมา 3 แบบ แบบแรก ดูจากหนังสือของคุณครูชิบาตะ แบบพื้นสีดำ (2) มาจากหนังสือญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง ส่วนแบบสุดท้ายดูจากเว็บแล้วก็วาดออกมา ตั้งใจจะทำ 4 แบบเพื่อใช้เป็นปกสมุดบันทึกเล่มเล็ก ซึ่งจะทำไว้หาเงินทำบุญอีกรอบ แต่แบบที่ 4 ยังนึกไม่ออกว่าจะทำแบบไหนดี

ตอนนี้เบื่อ ไม่อยากทำแล้วล่ะ 

edit @ 11 Jul 2011 14:03:04 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

ลักษณะการไม่เปิดเผยใบหน้า เป็นสัญลักษณ์การไม่แสดงตนของ ชาวAmish กลุ่มคริสเตียนที่ยังมีจริงๆในปัจจุบันนี้confused smile

#3 By (202.28.179.13|202.28.179.13) on 2015-04-30 00:48

ขอบคุณมากนะคะsurprised smile surprised smile

#2 By ปู (116.68.150.68) on 2011-07-12 08:19

ขอบคุณที่นำเรื่องดีดีมาแบ่งปันกันนะคะ

#1 By apple cake (115.87.72.34) on 2011-07-11 20:01