วันนี้มาบ่าย ไม่ใช่นอนตื่นสาย หรือเศร้าเสียใจเหมือนเหล่าบรรดาแม่ยกเบอร์ 10
 
รู้อยู่ว่าผลมันต้องเป็นอย่างนี้ ก็เฮียแกให้สัญญามาตั้งหลายปีแล้ว
 
แต่ไม่คิดว่า จะปล่อยให้เจ๊แกฝันค้างมาซะตั้งนาน
 
เพราะถ้าหมดรุ่นนี้ก็คงต้องเว้นวรรคไปรอหลานโตนั่นแหละ
 
มีคนบอกฉันว่า เธอนี่มันช่างเหน็บแนม ซะจริงๆ เลย
 
แล้วไปเสือ...รู้กับเขาได้ยังไง
 
...ทำไมเพิ่งมาบอก...
 
ก็แหม...บอกไปตั้งนานแล้ว ก็ไม่มีใครเชื่อ แถมถูกว่าเป็นเด็กเลี้ยงกะซะอีก
 
(คนที่บอกมาอีกทีมันมีฉายาว่า "เด็กเลี้ยงแกะ" เราก็เลยต้องเลี้ยงด้วย)
 
*
 
สองวันที่หยุดว่างๆ ก็เลยต้องหาอะไรทำอยู่บ้าน ไม่อย่างงั้นคงต้องถูกใครเขกกะบาล
 
*
 
 
ไปขุดคุ้ยชิ้นงานเก่าออกมา มีอยู่ 2 ชิ้นที่ทำค้างไว้เนิ่นนาน 1 ปีได้มั้ง
 
  • ชิ้นแรกเป็นการต่อผ้าแบบสี่ชิ้น หรือ four patch เป็นการทำงานแบบพื้นฐานที่สุด คือต่อผ้าเป็นเส้นตรง อันนี้ง่ายๆ
 
  • ชิ้นที่สองเป็น Crazy log cabin ได้แบบมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ก็เคยเห็นมีคนเอามาทำชุด kit ขายอยู่เหมือนกัน
                                 
มาว่าเรื่องชุด kit ที่ทำขายในบ้านเรา มีหลายยี่ห้อที่ทำเอาฉันตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะ...ได้ขนาดนี้ คิดว่าแค่เปลี่ยนสีใหม่แล้วก็ขายกันอย่างสบายใจ **แต่ถ้าซื้อลิขสิทธิ์แบบกันมาทำขาย อันนี้ก็ต้องขออภัยนะ
 
ฉันรู้สึกเศร้าใจจริงๆ จำได้ว่าคุณครูชิบาตะเคยพูดกับฉันว่า อยากให้คนที่มาเรียนหรืออ่านหนังสือของเธอได้มีความสุขกับการทำงาน และช่วยกันเผยแพร่งานแนวนี้ให้กว้างขวางขึ้นในประเทศไทย ตอนที่คุณครูพูดแบบนี้ ฉันว่าคงยังไม่เคยเห็นงานตัวเองถูกก๊อปปี้ขายแน่เลย
 
เฮ้อ...พูดไป...ทำยังกับว่าเธอไม่เคยทำ
ก็เคยทำ ก็รู้สึกสำนึกผิด แล้วก็เลิกแล้ว แถมเราก็อ่านภาษาญี่ป่นไม่ออกนี่นา...เลยไม่รู้ว่า ในหนังสือเขาระบุไว้ว่า ให้ทำเพื่อใช้เองหรือเพื่อความเพลิดเพลินส่วนตัวเท่านั้น
 
...แล้วเธอเสือ...รู้ได้ไง
อ้าว...ก็น้องสาวพี่สาวนิตติ้งแปลให้ฟังนะสิ
 
-จบ- เดี๋ยวเข้าตัวเอง
 
*
*
  
นั่งนึกอยู่ว่า ชิ้นงานที่ต่อได้แค่นี้จะทำอะไรได้บ้าง ก็เลยนึกถึงจุดมุ่งหมายแรกของการต่อผ้า ตอนนั้นอยากได้ผ้าต่อลายสกอตของเกาหลีที่เขาขายกัน แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ก็เลยไปเก็บผ้าเก่าๆ มาทำให้ดูคล้ายๆ และก็อยากได้กระเป๋าใบใหญ่ๆ ไว้ใส่ของเยอะๆ 
 
ตอนนั้นเห็นเขาทำ โดยวางลายผ้าที่ต่อแล้วตามแนวทะแยง แล้วเย็บเป็นกระเป๋ารูปทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ นี่แหละ แต่เราต่อผ้าไปแล้ว มาจับคว่ำ จับทแยงแล้วมันต้องต่อผ้าอีก ก็เลยทำตามปกติแล้วกัน ต่อเป็นผืน 2 ผืน แล้วควิลท์ตามเส้นทแยงมุม ทิ้งไว้สัก 1 ปี
 
ขั้นต่อไปก็คือ หาแบบ ...แบบไหนดีล่ะ เพราะแบบที่เห็นเขาทำก็จำได้เลือนรางซะแล้ว
 
กระเป๋าที่ทำๆ กันก็มีหลายรูปแบบ แถมมีชื่อเรียกต่างๆ กัน ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าอะไรบ้างหรอกนะ อันนี้สรุปจากความเข้าใจที่ได้เห็นจากหนังสือ เช่น
  • ประเภทมีพนังข้าง+ก้น, แบบมีก้นไม่มีพนัง (ใช้ตัวกระเป๋าเป็นพนัง)  หรือแบบที่ทบมุมก้นเป็นสามเหลี่ยม บางแบบไม่มีพนังไม่ก้น เอาตัวกระเป๋ามาม้วน แล้วก็เย็บข้าง แล้วก็พับมุมข้างเข้าหากัน ลักษณะจะอวบๆ หน่อย พวกนี้ถ้าใบใหญ่จะเรียกว่า Bag  แต่ถ้าเป็นใบเล็กๆ ก็จะเรียก pouch  
  • แบบทบผ้าที่ก้นแล้วเย็บข้าง หรือทบข้างแล้วเย็บก้น โอ๊ย.. ชักงง แบบที่เรียกว่า "ถุงผ้า"  (ลดโลกร้อน)หรือว่า tote ที่แปลว่า แบก หรือ หิ้ว **ถ้าผิดก็ต้องขออภัยนะ  
ฉันได้แบบมาจากกระเป๋าของชาวเขา ซึ่งเพื่อนส่งมาให้เมื่อนานมาแล้ว แต่ปรับก้นกระเป๋าเป็นรูปโค้ง เพราะได้ของเล่นใหม่มา คือ แบบกระดาษสำหรับโค้งก้นกระเป๋า ไม่ต้องใช้จาน ชามเหมือนที่เคยทำ จากนั้นก็ทำซับในกระเป๋า (ตัดผ้าใหญ่กว่าตัวกระเป๋าโดยรอบ 2 ซม.) ติดกระเป๋าเล็ก นำมาประกบกับตัวกระเป๋าแล้วเย็บไปตามรูปทรงที่วาดไว้ เก็บตะเข็บด้วยซับใน แล้วติดหูหนังที่แนวเย็บข้างกระเป๋า ปากกระเป๋าก็ม้วนเอาผ้าซับในที่เหลือไว้ออกมากุ๊น แต่ที่ปากกระเป๋าตรงรอยต่อข้างกระเป๋าจะไม่ค่อยสวยเท่าไร ใช้ผ้ากุ๊น หรือเย็บกลับแล้วเดินเส้นที่ปากกระเป๋าจะสวยกว่าเยอะ ติดซิปที่ด้านในปากกระเป๋า ไม่มีสาบติดซิป อันนี้เวลาใช้งานไม่ค่อยเวิร์คเท่าไร มีสาบดีกว่า 
  
 
  
 
 
ส่วนอีกใบ อันนี้ คุณแม่ขอร้อง (จริงๆ) อยากได้กระเป๋าใบเล็กกะทัดรัด สำหรับใส่กล้องถ่ายรูป ยา และกระเป๋าตังค์ไปเที่ยวสุดสัปดาห์ อุตส่าห์เชิญชวนให้เอาใบนั้น ใบนี้ไปใช้ ก็ไม่เอา บอกว่าอันนั้นใหญ่ไป อันนี้สายสั้นไป ก็เลยทำใหม่ โดยเอาชิ้นงานที่เคยทำไว้นานแล้วมาประกอบ โดยต่อริมสีชมพูเรียบๆออกไปทั้งสองด้าน เพื่อให้ได้ขนาดที่อยากได้ จากนั้นก็ทำพนังกระเป๋า โดยใช้ตัวกระเป๋าที่ทบขึ้นมาเป็นก้น ทำสาบซิปและติดซิปที่ปากกระเป๋า ตอนแรกจะปักหรือไม่ก็แอพลิเคลายที่ผ้าพื้นสีชมพู แต่ไม่เอาดีกว่า เพราะมือเจ็บจากการเย็บหูกระเป๋า แต่ก็ต้องเจ็บมืออีกหนติดหูกระเป๋า ซึ่งซื้อมา 1 คู่แต่แบ่งติดกระเป๋าสองใบ 
 
ลายสองด้านไม่เหมือนกัน  กระเป๋าทรงแบบนี้เคยฮิตเมื่อนานมาแล้ว จำได้ว่าพี่สาวเสียงใสเธอชอบใช้
แฮะ ๆ ยังมีผ้าที่ต่อไว้อีกชุด กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรดี  พอจบชุดนี้จะไปต่อคุณทวดเจนแล้วล่ะ เบื่อทำกระเป๋าแล้ว แถมถูกบ่นว่า มีมากไปแล้วนะตัวเอง
ขอให้มีความสุขกันถ้วนหน้า  
 
รัฐบาลใหม่มา เราคงต้องทำงานหนักกันอีก เพราะเขาจะอัดเงินเข้าระบบแบบเต็มพิกัด สำหรับผู้ประกอบการ ก็ถึงเวลากอบโกยแล้วล่ะ แต่สำหรับเราผู้มีรายได้ขั้นต่ำยังไม่ถึง 300 บาทก็คงต้องรัดเข็มขัดกันต่อไป เพื่อรอวันที่รายได้ขั้นต่ำ 1000 บาท ไม่รู้ตอนนั้นข้าวแกงที่เรากินกันมาจะจานเท่าไรเนอะ
 

edit @ 4 Jul 2011 16:39:47 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#3 By llo-oll on 2011-10-14 17:42

ประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไปไม่รู้ แต่เราก็ต้องอยู่ต่อไป ทำสมาธิกับการเย็บผ้า หาความสุขทีละวันนะbig smile

#2 By ปู (116.68.150.68) on 2011-07-05 16:20

สวยจังเลยค่ะconfused smile

#1 By ❤NoRWAN❤ on 2011-07-04 17:40