Taupe & japanese color to Thai color

posted on 30 May 2011 10:09 by sewingmania in sewing

สัปดาห์นี้ ยังทำงานในแถว L ไม่เสร็จ ขาดอีก 3 บล็อกกับเก็บรายละเอียดนิดหน่อย ในแถวนี้มีบางบล็อกที่ดูจะซับซ้อน ชิ้นงานเล็ก จับทำได้ลำบาก ทำเท่าไรก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าพอใช้ได้สักที

ครั้งนี้เลยหยิบเอาเรื่องที่เพิ่งเริ่มหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีความรู้อยู่จะได้เอามาบอกเล่ากัน

จากการสังเกตเรื่องงานควิลท์ในบ้านเรา บวกกับมีคนพูดให้ฟัง พบว่าคนไทยเรานิยมสีแนวญี่ปุ่นกันมาก พวกสีแนวทึมๆ ตุ่นๆ หรือสีที่ลดความสดลงแล้ว

คำว่า “สีแบบญี่ปุ่น” อะไร

คำนี้ติดอยู่ในหัวของฉัน แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยปลื้มเท่าไร พูดอย่างนี้คงมีคนสรรเสริญฉันขรมไปว่าเป็นพวกไร้รสนิยม

รสนิยมคืออะไร

รสนิยมมันเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันมานาน ซึ่งเป็นได้ทั้งจากขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม การศึกษา ศิลปะ และสิ่งแวดล้อม รสนิยมที่ดีอยู่ที่การผสมผสานสิ่งต่างๆ เหล่านี้และนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับตัวเอง ดังนั้นรสนิยมจึงไม่มีถูกมีผิด รสนิยมของใครก็ต้องเหมาะกับคนนั้น แต่เมื่อใดที่เราเอารสนิยมของตัวเองไปวัดรสนิยมของคนอื่น เมื่อนั้นมันก็จะเกิดความวุ่นวาย ---เวลามองสิ่งใดก็ให้มองอย่างมีหลักการ

ที่บอกว่าโดยส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มสีแบบญี่ปุ่น ที่จริงก็ชื่นชอบ ชอบดู สีแบบนี้ล่ะที่ดูคลาสสิค สวยทน สวยนาน ไร้กาลเวลา แต่พอดูนานไป บ่อยไป มากไป ก็น่าเบื่อเหมือนกัน  แล้วฉันก็รู้สึกว่า ถ้าเราใช้ไม่ถูก หรือไม่เข้าใจปรัชญาของการใช้สี จากที่เห็นสวยมันก็ไม่สวยได้เหมือนกัน

ก่อนตัดสินใจหรือใช้สีแบบญี่ปุ่น ลองหาข้อมูลสักนิด

สีของญี่ปุ่นพัฒนามาจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ซึ่งทำให้สีของญี่ปุ่นมีความหมาย สัญลักษณ์ ชื่อ และการใช้งานที่แตกต่างจากโลกตะวันตก

ทฤษฎีสีแบบญี่ปุ่นมีสีหลัก หรือแม่สีอยู่ 5 สีซึ่งสัมพันธ์อยู่กับธาตุทั้ง 5 ในธรรมชาติ คือ

สีฟ้า = ธาตุไม้

สีแดง= ธาตุไฟ

สีเหลือง = ธาตุดิน

สีขาว = ธาตุโลหะ

สีดำ = ธาตุน้ำ

สำหรับสีในขั้นที่ 2 หรือ Secondary color ก็เกิดจากการผสมผสานของธาตุต่างๆ ข้างต้น ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับทฤษฎีสีของจีน และมักนิยมตั้งชื่อสีตามชื่อของดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์ชนิดต่างๆ 

ทฤษฎีสีของญี่ปุ่นมีความชัดเจนและแข็งแกร่งเช่นเดียวกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เพราะเกิดจากความกลมกลืนของธาตุธรรมชาติ สีแต่ละสีจึงมีนัยยะหรือความหมาย มีโทนและเฉดสีที่ชัดเจน (hue + lightness) ใช้เป็นตัวแทนของสิ่งต่างๆ เช่น สีเหลืองแทนดิน ทิศทางของจุดศูนย์กลาง (ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์) ความถูกต้อง และความร้อนในฤดูร้อน ทั้งยังแสดงถึงลำดับชั้นของคนในสังคม เช่น kinjiki –(ยังหาไม่เจอว่าสีอะไร แต่ถ้าคำว่า kin ตัวเดียวแปลว่า ทอง) เป็นสีต้องห้ามใช้เฉพาะคนชั้นสูง สี Otan  สีน้ำตาลเหลือง+ส้มๆ แดงๆ คล้ายสีโอล์ดโรสแต่เข้มกว่า จะใช้สำหรับชนชั้นปกครอง ส่วนคนสามัญก็ใช้สีที่เรียกว่า yurushiiro—ยังหาคำแปลไม่เจอว่าคือสีอะไร นอกจากนี้ยังมีสีเฉพาะที่ใช้ในแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งต้องค้นกันอีกนาน

 ในงานวรรณกรรมเองก็พูดถึงเรื่องสีไว้ไม่น้อย และให้น้ำหนักของความหมายไปในเชิงของคุณธรรมตลอดไปจนถึงอารมณ์ความรู้สึก เช่น สีม่วง แสดงถึงความเคร่งครัดในศีลธรรมจรรยา ดังนั้นผู้ที่จะใช้สีนี้ได้ก็จะต้องเป็นพระหรือนักบวชเท่านั้น

กล่าวกันว่า ในราวสมัยเอโดะได้ออกกฎการใช้สีในเขตเมือง ซึ่งเป็นผลให้คนญีปุ่นจึงนิยมใส่เสื้อผ้าสีเข้ม เช่นดำ ขาว น้ำเงินเข้ม มากกว่าสีอื่นๆ เพื่อนฉันคนหนึ่งไปเรียนที่โตเกียว เล่าให้ฟังว่า แม้ตัวเองจะชอบสีทึมๆ เข้มๆ อยู่แล้ว แต่เมื่อเดินไปตามถนนในโตเกียว กับรู้สึกตัวเองแปลกแยกจากคนอื่นๆ เพราะสีเสื้อผ้าที่ว่าทึม เข้มแล้วก็ยังสดกว่าคนญี่ป่นทั่วไป        

     

ตัวอย่างสีของญี่ปุ่น

ถ้าค้นในอินเตอร์เนตจะพบตารางสีของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม พร้อมชื่อสีนับร้อยสี ซึ่งในแต่กลุ่มก็จะคุมโทนด้วยสีที่เจือด้วยสีดำ สีจึงออกตุ่นๆ หน่อย แล้วเราก็มักเรียกว่า Taupe

Taupe ตามความหมายสากล เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาละติน-- Talpe europea แต่เดิมเป็นสีที่ใช้อ้างอิงค่าสีของตัวตุ่นที่นำมาทำเฟอร์ของฝรั่งเศส คือสีที่อยู่ในเฉดชมพูถึงลาเวนเดอร์ เริ่มใช้กันตั้งแต่ปีค.ศ. 1940 ต่อมาก็แพร่ไปใช้กับทุกเฉดสี ทั้งนี้เพราะสีของตัวตุ่นจะมีหลายเฉดทั้งเทา เหลือง น้ำตาล และม่วง Taupe จึงเป็นสีที่คลุมเครือ ประเภท broken color ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในแสงสีขาวจะดูเหมือนสีหนึ่ง ในแสงสีเหลืองก็ดูเหมือนสีอีกสีหนึ่ง ทำให้อธิบายได้ยากว่าเป็นสีอะไรกันแน่

ตัวอย่างสีจากขนมิ้งค์

คนที่พูดถึงเรื่อง Taupe น่าจะเป็นคุณโยโกะ ไซโตะ เพราะมีหนังสือ Yoko Saito's Taupe color study book ออกมาให้เราได้ซื้อหา อีกคนก็คือ Susan Briscoe ผู้เขียนหนังสือ Japanese Taupe Quilts: 125 Blocks in Calm and Neutral Colors  คนแรกเป็นคนตะวันออกที่พยายามสร้างงานแบบตะวันออกสู่สากล คนหลังเป็นคนตะวันตกที่พยายามทำงานแบบตะวันออก ซึ่งฉันก็ชอบทั้งสองคนล่ะค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานแบบท่านทั้งสอง

หนังสือของโยโกะ ไซโตะ ในเล่มมีชิ้นงานที่น่าสนใจมากมาย

 

เขียนมาได้เป็นฉากๆ แล้วสีแบบไทยๆ ล่ะ เป็นสีแบบไหน สีอะไร

จากการถามไถ่เพื่อนๆ หลายคนให้คำตอบเหมือนเรียนจากหนังสือตะวันตก เริ่มจากแม่สี 3 สี แดง เหลือง น้ำเงิน ถ้าเราศึกษาเรื่องจิตรกรรมไทย เราจะพบว่ามีพัฒนาการมายาวนานไม่แพ้ชาติอื่นๆ สีในงานจิตรกรรมแบบดั้งเดิมจะมีเพียงสีขาว ดำ และแดง  เรื่องราวที่เขียนก็เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เรื่องนรก-สวรรค์ ต่อมาก็เริ่มใช้สีมากขึ้น เช่น สีเบญจรงค์ อันได้แก่ เหลือง เขียวหรือคราม แดงชาด ขาวและดำ ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะได้อิทธิพลจากจีน เช่นเดียวกับญี่ปุ่น  ซึ่งสีส่วนใหญ่ก็มาจากธรรมชาติ ดิน หิน ขี้เถ้า พืชและสัตว์ที่หาได้ในท้องถิ่น ต่อมาก็เริ่มใช้สีทอง เช่น งานลงรัก การใช้โลหะ ไม้ เปลือกหอย เช่น งานฝังประดับต่างๆ  นอกจากนี้เรื่องสีของไทยยังปรากฏอยู่ในตำราโหราศาสตร์ ซึ่งก็คือสีของวันหรือดวงดาวต่างๆ แต่สีที่ดูจะคลาสสิกสุดๆ ในความคิดของฉันก็คือ สีของเครื่องสังคโลก สีเขียวอมเทา สีแดงในงานจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งจะแดงอมดำนิดๆ แล้วก็สีทุกสีที่ใช้ในการวาดหัวโขน สีจะดูตุ่นๆ หน่อย ไม่ฉูดฉาด

ฉันทดลองทำรายการสีแบบไทยเท่าที่พอนึกได้ ดังนี้

-  สีน้ำตาลไม้สักของเรือนไทย **แม้ว่าบางทีเราจะเห็นเป็นสีออกเข้ม แดงเข้ม-ดำ เพราะทาน้ำมันรักษาเนื้อไม้

-   สีน้ำตาลของหลังคากระเบื้องดินเผา และอิฐมอญ

-  สีแดงคล้ำของเครื่องเขิน หลังคาโบสถ์ และภาพจิตรกรรมฝาผนัง

-  สีน้ำเงินของผ้าย้อมคราม ม่อฮ่อม

-  สีเขียวทุ่งนา

-  สีเหลือง-ส้ม จีวรพระ

- สีเหลืองอมเขียวของข้าวตอนออกรวง

-  สีเหลืองฟางข้าว

- สีชมพูของดอกบัวหลวง

- สีของดอกไม้ แดง ส้ม เหลือง เช่น ชบา ดาวเรือง มะลิ ก้ามกุ้ง ก้ามปู พุทธรักษา ฯลฯ

- สีเขียวใบไม้

ด้วยความรุ่มรวยของสีสันเช่นนี้ สีของเราจึงค่อนข้างหลากหลาย หลายคนให้ชื่อว่า Tropical Color แต่ฉันว่าสีของเราก็ยังไม่ฉูดฉาดขนาดทรอปิคัลนัก ก่ำกึ่งกันระหว่างสีแบบซีกโลกทางเหนือ สีจะดูทึมๆ ตุ่นๆ ตามสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น กับสีแบบซีกโลกใต้ที่ดูร้อนๆ ชุ่มฉ่ำ ประมาณนั้น

ตัวอย่างสีจากดอกไม้ในประเทศไทย

 ส่วนที่เป็นสีสันแบบสมัยใหม่ในจีน ไทย หรือญี่ปุ่นก็จะคล้ายๆ กันคือได้อิทธิพลจากตะวันตก เช่นเดียวกับที่ทางตะวันตกก็ได้รับอิทธิพลจากตะวันออก  แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่าศิลปินตะวันตกหลายคน เฃ่น โมเนต์ เดกา ก็ได้อิทธิพลเรื่องสีและศิลปะญี่ปุ่น (ตะวันออก) ไปไม่น้อย ทั้งงานภาพพิมพ์ไม้ Ukiyo-e โด่งดังไปทั่วโลก เช่นเดียวกับโขนและภาพจิตรกรรมฝาผนังของไทยเราก็เป็นที่รู้จักและชื่นชมของคนทั่วโลก

 แบบนี้แล้วเราจะไม่มาลองค้นหาสีที่เป็นแบบของเรากันบ้างหรือ

edit @ 30 May 2011 10:59:49 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

# คุณเอ๋คะ
แหล่งข้อมูลที่ใช้ก็มีหนังสือ อาจารย์กูเกิ้ล แล้วก็เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ บางทีก็ถามเจ้านาย ถ้าได้มีโอกาสพบปะคนอื่นๆ ที่มีความรู้ในเรื่องที่เราสนใจอยู่ ก็จะถามค่ะ ถามจนหลายคนเกลียดและกลัวมาก เพราะบางคนเขาจะค่อนข้างหวงความรู้

ไม่รู้ว่านี่เป็นคำแนะนำที่ดีหรือเปล่า แต่สิ่งสำคัญก็คือ ควรตั้งคำถามกับทุกเรื่องที่ได้พบ หาคำตอบอย่างมีความสุข แล้วแบ่งปันให้คนอื่น big smile

#3 By bear a wish on 2011-06-01 10:09

ขอบคุณมากค่ะสำหรับความรู้ที่นำมาแบ่งปัน อยากถามคุณ sewing mania หลายทีแล้วค่ะว่าไปหาข้อมูลทั้งหลายมาจากไหนคะ ที่ชอบอ่านของคุณก็เพราะเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละค่ะ เผื่้อจะได้หาความรู้ไปเขียนลงในบล็อกของคัวเองบ้างค่ะ

#2 By ninbo aea (124.121.181.81) on 2011-05-31 16:11

big smile ได้ความรู้มากๆค่ะ

#1 By n.noo on 2011-05-30 10:54