จัดหนักได้แค่นี้--tea bag quilt

posted on 09 May 2011 10:07 by sewingmania in sewing
สัปดาห์นี้ยังทำแถว J ไม่เสร็จค่ะ ขาดบล็อกสุดท้ายอยู่ 1 อันก็เลยยังไม่อยากเขียนถึง
 
สลับไปทำเรื่องอื่นแทนบ้าง
เมื่อวันศุกร์ได้สนทนากับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านเคยเรียนกับอาจารย์ศิลป์ พีระศรีอยู่ 2-3 เทอมก่อนที่ท่านจะถึงแก่กรรม ได้เรียนวิชาอะนาโตมี ทฤษฎีสี และประวัติศาสตร์ศิลป์
ฉันเล่าให้อาจารย์ฟังว่ากำลังสนใจเรื่องสี เพราะเห็นงานควิลท์แบบญี่ปุ่นเขาก็มีโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเป็นที่หลงใหลในหมู่คนไทยเหลือเกิน จึงคิดว่าน่าจะมีโทนสีแบบไทยๆ ดูบ้าง
อาจารย์ก็เลยแนะนำให้ไปดูที่วัดกับพิพิธภัณฑ์ แล้วบอกว่า หลักการหรือวิชาการเป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำตามอย่างที่หนังสือเขาว่าทั้งหมด ให้นำความรู้จากหลักการมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานที่จะทำ การเป็นนักออกแบบที่ดีต้องรู้ว่าสวย สวยอย่างไร แล้วเท่าไรจึงสวย เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าสวยยังไง เราก็จะใส่นั่นเพิ่มนี่จนเกินสวยไป
 
 
เรียกว่ามีความพอดีของการจัดวางองค์ประกอบ ความสมดุลของสีสัน เส้นสาย รูปทรง ซึ่งต้องใช้การฝึกฝนกันชั่วชีวิต เพราะความสวยความงามล้วนแปรเปลี่ยนไปตามรสนิยม สังคม และสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันหยุดไปรื้อค้นของได้มาหลายสิ่ง ไว้จะค่อยๆ เอามาเล่าสู่กันฟัง มีชิ้นหนึ่งที่ทำไว้เมื่อนานมาแล้ว สักปีที่แล้วได้ เป็นแบบฝึกหัดของการต่อผ้าด้วยเส้นโค้ง ชื่อลาย tea bag quilt
  
 การทำลวดลายด้วยเส้นโค้งส่วนใหญ่เราจะใช้วิธีแอพลิเค เพราะจะได้เส้นที่สวยงาม แต่สำหรับชิ้นนี้ใช้ต่อผ้าแบบตะเข็บชนตะเข็บกันเลย ซึ่งก็ทำได้สวยเหมือนกัน แต่ของฉันก็แค่พอไปวัดไปวากับเขาได้เท่านั้น
ชิ้นงานนี้ตั้งใจจะทำสองชิ้นขนาดจำไม่ได้ น่าจะสัก 40*48 เซนติเมตร แต่ทำไปได้แค่ 33*45 เซนติเมตร หนีบกับไม้แขวนไว้ข้างโต๊ะทำงาน มองเห็นทุกวัน ดูแล้วก็สวยดีเหมือนกัน (ขอปลอบใจตัวเองนิดหนึ่ง--สีแบบนี้มีแต่คนถามว่าสวยยังไง ดูแล้วตาลาย) ทีแรกก็กะว่าปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นไม่ทำต่อแล้ว พอมาคิดอีกทีว่าถ้าแขวนไว้แบบนี้นานๆ ด้ายจะเปื่อยและขาดไปในที่สุด เหมือนชิ้นงานจากหลวงพระบางที่แขวนแทนม่าน โดนแดดโดนฝนในบางวัน ตอนนี้มานั่งเสียดายว่ามันขาดเปื่อยไปหมด
ว่าแล้วก็เอามาบุแผ่นใยและผ้าด้านหลัง เย็บแล้วกลับตะเข็บไว้ข้างใน ปลายชิ้นงานที่ต้องโค้งก็เลยโค้งบ้าง ไม่โค้งบ้าง เพราะตะเข็บหนา การเย็บโค้งแบบนี้ไม่รู้วิธีก็ทำให้ตะเข็บรั้งเข้าไปอีก เลยไม่ค่อยสวย ต้องเย็บทีละจุด ตัดด้ายแล้วเย็บจุดต่อไป จนจบ  รู้ยังงี้แอพลิเคไปบนแถบผ้าให้เป็นสี่เหลี่ยมก่อนดีกว่า เหมือนตัวอย่างในหนังสือดีกว่า
ฉันใช้เอ็นควิลท์ด้วยจักรไปตามร่องลาย ซึ่งก็ลงร่องบ้าง เกยร่องบ้าง แถมทำเข็มหักไปหนึ่งอัน อีกอันก็ปลายงอใช้ไม่ได้ เพราะบังคับมันมากไป ไม่เป็นไรเพิ่งจะหัดควิลท์เส้นโค้งด้วยจักรเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ได้เรียนรู้หลายอย่าง ดีนะ..ที่ไม่มีครูบาอาจารย์เป็นเรื่องเป็นราว ไม่งั้นคุณครูคงจะเสียใจแย่ที่มีลูกศิษย์แบบเรา ทำอะไรก็ไม่ประณีต ไม่สวย เอาแค่ให้เสร็จๆ ไป    
เอารูปมาลง (ประจาน) ให้ดูค่ะ มีคนมาเห็นกำลังพยายามถ่ายรูปมาโชว์ ถามว่า ทำไมไม่ทำชิ้นใหญ่ๆ เลยล่ะ...
อืม...เอาเท่านี้ล่ะค่ะท่าน...ผ้าแต่ละชิ้นมันเล็ก กว่าจะต่อเสร็จก็คงอีกหลายปีดีดัก ชิ้นนี้ทำเป็นแบบฝึกหัด ถ้าจะเอาจริงคงต้องสร้างแบบให้ใหญ่กว่านี้อีกสัก 2-3 เท่า จะได้เสร็จเร็ว และได้สัดส่วนเหมาะสมกับผ้าขนาดใหญ่ๆ (อันหลังนี้ข้ออ้างค่ะ)
 
  ขออภัยแก้ไขย่อหน้ามาหลายรอบ แล้วก็ยังไม่ได้ตามที่ต้องการค่ะ

edit @ 9 May 2011 11:53:39 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค่ะ นัน

ดีใจที่ได้เจอกัน แอบไปดูบล็อกของนันอยู่เหมือนกันค่ะ

ใจจริงอยากทำงานให้ประณีตกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ แต่ทำได้แค่นี้

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

#2 By bear a wish on 2011-05-09 14:51

สวัสดีคะ พี่ตุ๊ก :)

ช่วงนี้ต้องเข้ามาอ่าน blog นี้ก่อนนอนทุกคืน อ่านมานานแล้วนะ อยากบอกว่างานของพี่ตุ๊กมันมีเสน่ห์ตรงที่เย็บไม่เรียบร้อยนี่แหละ big smile

จริง ๆ .. มันเป็นงาน handmade ที่ดูเป็นธรรมชาติแบบไร้กฎเกณฑ์ดีอ่ะ ทำให้นึกถึงงานควิลท์จริง ๆ ของพวกอเมริกันยุคบุกเบิก เหมือนกับพวก farmer wife ที่ทำงานประจำวันเสร็จแล้วก็มานั่งเย็บผ้า

อีกอย่างที่เห็นตรงกัน คืออยากเห็นงานควิลท์แบบไทย ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในใจนันเหมือนกัน แต่นันแย่กว่าพี่ตุ๊กตรงที่ยังตัดกิเลสในการซื้อผ้าไม่ได้ big smile

เขียนมาเยอะ สรุปว่าชอบงานพี่ตุ๊กคะ
บ๊าย บาย ..

#1 By นัน (113.53.212.22) on 2011-05-09 12:46