บล็อกของคุณยายทวดเจน

posted on 21 Feb 2011 09:57 by sewingmania in sewing
ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนถึงคุณยายทวดเจนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเขียนในดวงใจ "เจน ออสเตน" (Jane Austen) แต่หาหนังสือไม่เจอก็เลยหยุดไว้ก่อน
 
เมื่อครั้งที่แล้วเขียนเรื่อง Dear Jane พี่สาวนิตติ้งบอกว่า ชอบมาก แต่ชอบคำแปล "Finished is better than perfect." ครั้งแรกมากกว่า ที่แปลใหม่ดูมันไม่ค่อยถูก---หรือมันไม่ถูกเลยตั้งแต่ต้นก็ไม่รู้เหมือนกัน
 
คำแปลครั้งแรกคือ "ทำเก่ง ทำสวยยังไง  (ข้า) ไม่สน สนอย่างเดียวทำได้เสร็จ"
 
หลังจากทำความรู้จักกับคุณยายทวดเจนไปแล้ว ครั้งนี้ก็มาเตรียมอุปกรณ์การทำงานกันค่ะ อุปกรณ์พื้นๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำก็ได้แก่
  • กระดาษขนาด A4 แบบที่ใช้แล้วหนึ่งหน้าก็ได้
  • ดินสอกดพร้อมไส้ดินสอ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเหลา
  • ยางลบ หาไว้เยอะๆ หน่อย
  • ไม้บรรทัดเอาแบบที่ใช้ในงานแพชเวิร์คดีกว่าค่ะ ใช้ทั้งแบบหน่วยวัดเป็นนิ้ว และเซนติเมตร
  • วงเวียน
  • คอมพิวเตอร์และพริ้นเตอร์ ถ้ามีใช้ได้ก็จะดีมากค่ะ โดยเฉพาะถ้ามีโปรแกรมที่สร้างแพทเทิร์นก็จะดีมากๆ

อุปกรณ์ต่อมาที่ต้องหาไว้ก็คือ อุปกรณ์ตัดและเย็บ อันได้แก่

กรรไกร ควรมีใช้หลายอันหน่อย ได้แก่

  • กรรไกรตัดผ้าขนาดใหญ่สำหรับตัดผ้าออกจากผ้าชิ้นใหญ่
  • กรรไกรตัดผ้าขนาดกลางสำหรับตัดผ้าชิ้นเล็กๆ ซึ่งงานคุณยายทวดจะใช้มากเป็นพิเศษ
  • กรรไกรตัดเศษด้าย
  • กรรไกรตัดกระดาษ ขนาดกลางๆ ก็พอค่ะ

     เข็มเย็บผ้า งานของคุณยายมีทั้งที่ใช้เทคนิคต่อผ้า (patch) และแอพลิเค (appliqué) ซึ่งใช้เข็มที่ต่างกัน การต่อผ้าใช้เข็มที่เรียกว่า Patchwork needle ลักษณะคล้ายเข็มสอยผ้า แต่สั้นกว่า หาซื้อค่อนข้างยาก คาดว่าคงจะขายดีค่ะ ไปซื้อทีไรหมดทุกที ฉันเคยใช้เข็มชนิดนี้กับเทคนิค paper piecing ด้วยกระดาษของคุณมาซาโกะ ทำเข็มหักไปหลายเล่ม ตอนนี้เลยใช้เข็มปักผ้าแทนไปก่อน เข็มบาง สั้นกว่าเข็มสอยทั่วไปนิดหน่อย ปลายแหลม คมและแข็งแรงดี  ส่วนเทคนิคแอพลิเค ใช้เข็มที่เรียกว่า appliqué Needle เข็มบางและแหลมมาก ทำให้สอยได้เนียน ถ้าไม่มีใช้เข็มธรรมดาแบบที่เราใช้เย็บผ้าทั่วไปก็ได้ค่ะ แต่ที่แนะนำแบบนี้เพราะเป็นงานที่ต่อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมาก การใช้เข็มสั้น บางและคมจะช่วยให้ได้ฝีเข็มที่ละเอียด เหมาะกับงานชิ้นเล็กๆ

ด้าย ใช้แบบ Hand sewing หรือด้ายควิลท์ เพราะเหนียวดี แต่จะใช้ด้ายวีนัส ด้ายนกยูงเบอร์ 60 ก็ได้เหนียวเหมือนกัน

กระดาษ Freezer ด้านหนึ่งของกระดาษมีไขเคลือบอยู่บางๆ ใช้ทำแบบ รีดติดไว้บนผ้าชั่วคราว ใช้ในงาน Foundation piecing และ แอพลิเค

กระดาษ Piecing  (Transparency paper) แบบที่คุณมาซาโกะใช้ เป็นผ้าเคมีเนื้อบาง คล้ายผ้าสปันบอน ใช้ลอกแบบสำหรับงานต่อผ้า หาซื้อไม่ยาก ร้านฮงที่หัวเม็ด สำเพ็ง มีขายทั้งแบบแผ่นขนาด a4 และแบบม้วนยาว 10 เมตร

เข็มหมุด ใช้แบบสั้นๆ ดีกว่าค่ะ เพราะชิ้นงานเล็ก ส่วนตัวใช้แบบทั่วไปที่มีอยู่ ทำงานยากหน่อยแต่ก็ไม่สิ้นเปลือง หรือใช้เข็มหมุดเสื้อเชิ้ตก็ได้นะคะ แต่หัวเล็กไปหน่อยเท่านั้น

ปลอกนิ้ว แบบที่คล้ายๆ แหวนสวมนิ้ว มีไว้ก็ดี จะช่วยดันก้นเข็มเวลาเย็บ  นิ้วไม่ด้าน

ผ้า  ส่วนใหญ่ใช้ผ้าอะไรก็ได้ค่ะ แต่ที่เราถูกสอนๆ กันมา งานควิลท์ต้องใช้ผ้าฝ้ายเท่านั้น จริงๆ ที่มีขายไม่ว่าจะเป็นของนอกของใน ก็มีทั้งฝ้าย ฝ้ายผสม และอื่นๆ ผ้ามีหลายเนื้อ เช่น เนื้อผ้าตัดเสื้อ เนื้อค่อนข้างละเอียด เนื้อสำหรับควิลท์ เนื้อผ้านุ่ม แต่ลักษณะการทอจะหลวมกว่าผ้าตัดเสื้อ ส่วนจะเป็นผ้าทอ ผ้าพิมพ์ใช้ได้ทั้งหมดค่ะ สำหรับฉันก็เก็บเศษผ้ากว่าๆ ที่มีอยู่มาใช้ไปก่อน

ที่เหลือก็นึกไม่ออกค่ะ อ้อ! เกือบลืม เครื่องคิดเลข อันนี้สำคัญมากๆ เวลาสร้างแบบ เพราะต้องมีการคำนวณกันเล็กน้อย

Cool

 

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ชิ้นงานของคุณยายประกอบขึ้นด้วยชิ้นงานอะไรบ้าง เราจะเริ่มกันที่ชิ้นงานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 4.5 x 4.5 นิ้ว รวมตะเข็บแล้ว ก่อน เพราะมีมากถึง 169 บล็อก หากดูตามรูปชิ้นงานแล้วนับดูจะพบว่า มีบล็อกเป็นแถวทางตั้ง 13 แถว กำหนดเป็นตัวอักษร A-M แถวทางนอน 13 แถว กำหนดเป็นตัวเลข 1-13 ซึ่งในเว็บของเบรนดาจะมีผังให้ดู พร้อมกับชื่อและเทคนิคการทำ แต่ไม่ได้บอกว่าต้องตัดผ้าขนาดเท่าไรบ้างเพื่อต่อกัน เพราะทุกคนจะลอกแบบจากหนังสือที่เธอเขียนไว้ จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่สำหรับฉันซึ่งไม่มีหนังสือก็ต้องสร้างแบบเอง โดยดูจากชิ้นงานและ Baby Jane คนอื่นๆ

การสร้างแบบก็ต้องใช้ความรู้พื้นฐานของงานแพชเวิร์ค อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าบล็อกแต่ละลายที่สร้างขึ้นจะสร้างจากตาราง (grid) ที่แบ่งออกเท่าๆ กัน  (เท่าที่ค้นข้อมูลก็ได้แก่ 9,4,5,11,18,24,12,10,8 patch)

สำหรับบล็อกขนาด 4 x 4 นิ้ว (เวลาสร้างเราจะไม่รวมตะเข็บ) ลายบางลาย เช่น nine patch จะแบ่งช่องให้เท่ากันได้ยาก  จนบางครั้งเราก็ต้องเปลี่ยนมาใช้หน่วยเซนติเมตร เพื่อให้แบ่งได้ง่ายขึ้น (รึเปล่าไม่รู้) ด้วยความน่าปวดหัวนี้ ฉันจึงใช้วิธีสร้างตารางในโปรแกรมเวิร์ด โดยใช้เครื่องคิดเลขช่วยกำหนดขนาดช่องตาราง โดยจะทำเป็น ตาราง 4x4 ตาราง 3x3 ตาราง 8x8 ตาราง 6x6  ตอนนี้เพิ่มเริ่ม ยังไม่รู้ว่าต้องแบ่งตารางใหม่อีกหรือเปล่าค่ะ

เมื่อทำตารางเสร็จก็พิมพ์ออกมา อย่าลืมเช็คขนาดดีๆ นะคะ เพราะช่องตารางที่แบ่งแล้วได้เลขทศนิยมไม่รู้จบ มักให้ขนาดที่ไม่พอดี ต้องพยายามทำจนกว่าจะได้ จึงจะนำมาใช้งานได้แม่นยำ

ขั้นตอนต่อไปก็เริ่มสร้างลาย baby Jane หลายคนจะเลือกทำบล็อกที่เป็นลายง่ายๆ ก่อน  ซึ่งฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอกคะว่าลายไหนง่ายกว่ากัน เพราะไม่มีหนังสือ ดูจากชิ้นงานก็ตาลายไปหมด เลยเริ่มต้นตั้งแต่แถวแรกคือ แถว A แล้วกะไว้ว่าจะไล่ลำดับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะขี้เกียจ

ฉันเริ่มทดลองทำชิ้นแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 โดยตั้งใจจะใช้ผ้าสีพื้นหลายๆ สีที่มีอยู่กับผ้าฝ้ายดิบ หลังจากทดลองไปชิ้นแรกแล้วก็พบว่า สีที่ได้มันซึม (เศร้า) ก็เลยเปลี่ยนใหม่ ครั้งนี้ตั้งใจว่า ผ้าสีหรือลายอะไรก็ได้ที่มีอยู่ จะได้กำจัดเศษผ้าที่มีอยู่เยอะให้หมดๆ ไป ไม่ต้องวางโครงสีให้ปวดหัว เพราะมีคนบอกว่า การทำงานแบบคุณยายนั้นไม่ได้จำกัดความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคที่ทำ มีความรู้แค่ไหนก็ทำๆ ไป (อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์บอกว่า ศิลปะมันต้องเป็นอิสระ อิสระจากเทคนิค วิธีการ ทฤษฎี และแนวคิดที่ได้ร่ำเรียนหรือปลูกฝังมา) แต่ฉันก็เห็นส่วนใหญ่วางโครงสีกันอย่างงามทั้งนั้น เช่น rainbow Jane, 30’s Jane คาดว่าคงมีฉันคนแรกในโลกที่คิดทำโดยไม่วางแผน หยิบผ้าสีอะไรได้ก็ทำทันที เดี๋ยวก็รู้ว่าควรเรียกว่าศิลปะรึเปล่า

การสร้างแบบให้เริ่มจากดูภาพรวมของลายในบล็อกก่อนว่า เขาแบ่งเป็นกี่ส่วน โดยดูจากตะเข็บที่ผ้าต่อกัน จากนั้นก็เลือกตารางที่เราพิมพ์ไว้แล้วออกมาใช้ ขีดเส้นไปตามลายแล้วใช้ดินสอสีลงสีไว้ว่า ส่วนใดเป็นลาย ส่วนใดเป็นพื้น จะได้ไม่งงเมื่อถึงเวลาตัดผ้า อธิบายประมาณนี้น่าจะพอเข้าใจนะคะ

ทดลองสร้างไปหลายๆ แบบแล้วเราจะเข้าใจพื้นฐานของลายไปเองว่า ลายต่างๆ ที่ใช้การต่อผ้าส่วนใหญ่มีสิ่งที่เหมือนกันก็คือ โครงสร้างลายมักเป็นกากบาท (ไม้กางเขน) ไขว้กัน ทับกันไปมา หรือไม่ก็เป็นกรอบสี่เหลี่ยมซ้อนทับกัน (อันนี้รู้แค่เริ่มต้นก่อน)

มาว่าที่เทคนิคการทำ อย่างที่บอกไว้บ้างแล้วว่า การทำงานไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นเทคนิคใด เทคนิคหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับเราผู้ทำว่าถนัดแบบไหน วิธีที่นิยมใช้กันก็ได้แก่

  • การตัดแถบผ้า (Rotary Cutting) ตามขนาดของลายแล้วต่อกันเป็นลายตรง ลายสามเหลี่ยม อันนี้เวลาตัดผ้าต้องรวมตะเข็บไว้ด้วย
  • การใช้ Foundation piecing พอทำแบบบนกระดาษเสร็จก็เอาแบบมาแยกดูว่า มีส่วนใดที่เย็บต่อกันได้บ้าง ตัดเป็นส่วนๆ จากนั้นก็นำมาเย็บ เวลาตัดผ้าก็จะตัดตามแบบโดยเผื่อตะเข็บโดยรอบ ¼ นิ้ว หรือ 0.7 เซนติเมตร เคยเห็นหลายคนลอกลายบนกระดาษ freezer ตัดเป็นส่วนๆ แล้วรีดบนผ้า จากนั้นก็เย็บต่อกัน ส่วนตัวชอบใช้กระดาษบางแบบที่คุณมาซาโกะใช้ เพราะสะดวกดี **วิธี Foundation piecing ดูที่ www.youtube.com ได้นะคะ
  • English paper piecing เป็นเทคนิค appliqué แบบหนึ่ง คือ ตัดกระดาษตามแบบลายแล้วใช้ผ้าห่อ จากนั้นก็สอยติดบนผ้าแบ็คกราวนด์ ลายที่ได้จะมีมิติหรือนูนขึ้นมา หรือเอาแบบที่ห่อผ้าไว้มาสอยติดกันเป็นผืนผ้า ซึ่งนิยมใช้ต่อลายแปดเหลี่ยม (hexagon) ลายกล่อง (baby Quilt) ที่มีขนาดเล็ก 
  • Reverse appliqué เป็นเทคนิคที่ให้ลายตรงข้ามกับแบบข้างต้น ลายจึงดูเหมือนลึกลงไป การทำงานจะตัดผ้าแบ็คกราวนด์เป็นรูป เจาะผ้าแล้วตัดตามรูป โดยเว้นริมผ้าที่รอบรูปไว้ จากนั้นก็เอาผ้าอีกชิ้นซ้อนในช่องด้านล่าง สอยผ้าด้านบนให้ติดกับผ้าด้านล่าง ตอนที่อ่านวิธีทำจะรู้สึกว่ายาก ซับซ้อน แต่พอลงมือทำแล้ว จะค้นพบว่า ง่ายและสนุกดีค่ะ

ในการทำงานฉันจะใช้เทคนิคพวกนี้ผสมผสานกันไป โดยดูโครงสร้างลายก่อนว่าเป็นอย่างไร ลายใหญ่ๆ ไม่ซับซ้อนก็ใช้การตัดแถบผ้ามาต่อกัน ถ้าเป็นลายเล็กๆ ที่ต้องตัดผ้าชิ้นเล็กมากๆ ก็ใช้  paper piecing ในบางบล็อกก็ต้องทำทุกเทคนิค จึงจะสำเร็จ บางบล็อกใช้เทคนิคเดียวก็รับมือได้ ส่วนแอพลิเคไม่ต้องเลือก มีหลายบล็อกต้องใช้ทั้งสองเทคนิคด้วยกัน

อันนี้เป็นแบบคร่าวๆ เพราะเริ่มทำไปแค่ไม่กี่บล็อก แต่ถ้ามีบล็อกไหนที่ต้องใช้เทคนิคนอกเหนือจากนี้ก็จะบอกให้ทราบนะคะ

 
แถมให้ทำใช้เล่นๆ
ให้ลองมองหาขวดเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว เอาชนิดที่ฝาเป็นโลหะนะคะ เมื่อได้ก็ล้างทำความสะอาด เอามาใช้ใส่เข็มหมุด จากนั้นก็หาเศษผ้ามาต่อเป็นลายดาวในวงกลมขนาดเท่าฝาขวด บุด้วยใยสังเคราะห์ ด้านหลังติดแม่เหล็ก สำหรับใช้เป็นหมอนเข็ม สะดวกดีค่ะ เวลาเข็มหล่นก็เอาแม่เหล็กช่วยหาเข็ม
 

Comment

Comment:

Tweet