...สำหรับฉัน สวนครัวชวนให้นึกถึงพื้นที่ว่างข้างครัว ที่แม่ใช้ปลูกพืชผักเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้เป็นเครื่องปรุงอาหาร เช่น ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือหลายๆ ชนิด รวมไปถึงผลไม้หลายๆ อย่าง เช่น มะม่วง มะละกอ ที่เราเผลอทิ้งเมล็ดลงไป แล้วบังเอิญงอกเป็นต้นขึ้นมา แต่ที่ขาดไม่ได้คือ "กล้วย"  กับ "เตย" พืชสารพัดประโยชน์ประจำครัวไทย

...จำได้ว่าเวลามีเทศกาลสำคัญๆ โดยเฉพาะทำบุญออกพรรษา ต้องถูกเกณฑ์ให้ไปตัดใบเตยเพื่อห่อข้าวต้มลูกโยนกับข้าวต้มมัด หรืออย่างวันสงกรานต์ก็จะตัดใบตองไปรองกาละแม ที่ป้ารวมพลหลานๆ มากวน... พอลอยกระทงก็ตัดต้นกล้วยมาทำฐานกระทง ตัดใบตองมาพับเป็นกลีบกระทง... คิดแล้วรู้สึกบ่งบอกอายุตัวเองยังไงไม่รู้...ชีวิตเด็กบ้านสวนก็ยังงี้แหละ...

  

         ...เมื่อวันก่อนได้อ่านบทความเรื่องสวนครัว เขาพูดถึงวิวัฒนาการของสวนครัวไทยว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยอ้างอิงข้อความจากศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงที่พูดถึงการสร้างป่าไม้ผล (ป่าหมาก ป่าพร้าว) แต่ฉันว่าพระองค์คิดในเชิงอุตสาหกรรมมากกว่า เพราะพระองค์เป็นนักปกครองผู้ยิ่งใหญ่ ต้องรับผิดชอบชีวิตราษฎรจำนวนมาก ฉะนั้น ป่าไม้ผลของพระองค์ไม่น่าจะเรียกว่า "สวนครัว" ได้เต็มปาก

            ...ในบทความบอกว่า สวนครัวเกิดขึ้นจากความพยายามเอาชีวิตรอดของมนุษย์ ก็เลยปลูกพืชผักไว้กินเอง ??? อ่านแล้วก็ให้สงสัยว่า อาชีพของคนสมัยก่อนมันมีให้เลือกมากเหมือนสมัยนี้เหรอ>> เท่าที่นึกออกก็ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ จับปลา ล่าสัตว์ หาของป่า ทำได้ก็เอามาแลกกัน อืม... ก็คงถูกของเขา เพื่อความอยู่รอดจริงๆ

           ...แต่ฉันกลับคิดว่าที่สวนครัวเกิดขึ้นก็น่าจะเพื่อความสะดวกสบายมากกว่า มีไว้ใกล้มือ หยิบจับก็สะดวก ไม่ต้องวิ่งเข้าป่าไปหาของที่ต้องการ สวนครัว จึงน่าจะเปรียบได้กับซูเปอร์มาร์เก็ตในยุคปัจจุบัน

 

.....นอกจาก สวนครัว ในบ้านเราแล้ว ในต่างประเทศเขาก็มีสวนครัวเหมือนกัน สันนิษฐานเขาเองว่า น่าจะวิวัฒนาการมาพร้อมๆ กับการจัดสวนสวยๆ ที่เขาเรียกว่า ornamental garden เพราะก่อนที่เราจะรู้จักไม้ประดับได้มากเท่าปัจจุบันก็น่าจะรู้จักสวนครัว หรือไม้แดกก่อนเป็นอันดับแรก ก็กองทัพยังต้องเดินด้วยท้องเลย ...คาดว่าก็ต้องเอาพืชสวนครัวไปปลูกแทรกอยู่ในสวนบ้างล่ะ

         ....จากข้อมูลที่สืบค้นมาระบุว่า สวนครัวมีมานานมากๆ นับย้อนไปถึงยุคบาบิโลน (สวนลอยแห่งบาบิโลน)เปอร์เซีย อียิปต์ กรีก โรมัน อันนี้ไม่ได้ลำดับเวลา เพราะความรู้ไม่พอ ไล่ไปจนถึงยุคสำคัญต่างๆ ของยุโรป ฝรั่งเศส อังกฤษ เรื่อยไป...จนถึงยุคอาณานิคม และสงครามโลกครั้งที่ 2 

....โดยในสมัยอารยธรรมอียิปต์นั้นมีบทบาทมากในการส่งต่อสวนครัวมาจนถึงปัจจุบัน กล่าวกันว่า หลังจากยุคเปอร์เซีย คนก็เริ่มจะสร้างเมือง สร้างอาณาบริเวณของตัวเอง พวกยากจนก็ทำมาหากินด้วยการปลูกผักปลูกหญ้าเลี้ยงชีพกันไป ส่วนพวกมีอันจะกินก็เริ่มสร้างสวนในบ้าน ซึ่งนอกจากจะเน้นความสวยงามแล้ว การใช้ประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่คนพวกนี้ให้ความสำคัญ

 ...ดังนั้นในสวนจึงมีทั้งไม้ดอกไม้ประดับที่ใช้สำหรับการบูชาเทพเจ้าในเทศกาลต่างๆ แล้วก็ยังปลูกพืชสวนครัวไว้ด้วย โดยเฉพาะในวัดหรือสำนักแห่งวิหาร (อันนี้ขอยืมคำมาจากหนังสือเล่มใหม่ของแดน บราวน์) สถานที่ศึกษาธรรม ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก คือละแล้วซึ่งทางโลกทั้งปวง... ก็ต้องดำรงอยู่ด้วยการปลูกพืชผักไว้กิน ปลูกสมุนไพรไว้รักษาโรค และอาจเผื่อแผ่ไปยังชุมขนใกล้เคียงเมื่อจำเป็น

...มาในยุคกรีกก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสวนครัวนัก เพราะยุคนี้รุ่งเรืองไปด้วยนักคิดอย่าง โสกราตีส เพลโต อริสโตเติล ซึ่งวันๆ ก็ใส่ใจแต่การจะทำประโยชน์ให้กับชาวโลก สวนในยุคนี้ก็เลยมีลักษณะแบบสวนสาธารณะ เน้นสร้างความสุนทรีย์ให้ชาวเมือง

...ในยุคโรมัน อันนี้ก็มุ่งแต่ทำสงครามเผยแพร่อารยธรรม (อันป่าเถื่อน)ของตัวเองไปทั่วโลก ไม่ได้สนใจกับความสวยงาม ความงามเท่าไรนัก แต่สวนครัวก็ไม่ได้สูญหายไปไหน ยังมีอยู่อย่างมากมายในวัดหรือสำนักแห่งวิหาร และดำรงคงชีพต่อเรื่อยมา จนกระทั่งในฝรั่งเศสมีการบัญญัติคำมาใช้เรียก สวนครัว ว่า Potagar แปลว่า สวนที่ปลูกพืชที่กินได้ชนิดต่างๆ สมุนไพร และดอกไม้ ซึ่งเน้นการใช้สอยมากกว่าสีสันหรือรูปทรงของต้นไม้

 

...นอกจากนี้ก็มีคำต่างๆ มาชวนให้ปวดหัวเล่น เช่น vegetable garden... Herb garden และอีกหลายคำ แต่เมื่อแปลเป็นไทย เราจะเรียกความหมายเดียวคือ "สวนครัว"  เพราะผักก็เป็นอาหาร สมุนไพรก็เป็นอาหาร จะแปรรูปได้ก็ต้องเข้าครัว

...พอค้นไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าแค่ "สวนครัว" นี่ มันมีเรื่องราวชวนติดตามไม่น้อยทีเดียว จากฝรั่งเศสก็ข้ามมาที่เมืองผู้ดี "อังกฤษ" อันนี้ก็ไม่น้อยหน้าใคร ขอสร้างประวัติศาสตร์สวนครัวอันลือลั่นกับเขาด้วย จำได้เลาๆ อันนี้ไม่คอนเฟิร์ม ว่าในสมัยควีนวิคตรอเรียที่ 1 นั้นมีการทำสวนครัวในรูปแบบ Knot garden จากนั้นก็พัฒนาไปสู่สวนแบบอังกฤษ ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ สมุนไพรปนๆ กันแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่จริงๆ เขาตั้งใจอย่างแรง เพราะจะต้องเลือกต้นไม้ที่ปลูกร่วมกันได้  สีสัน รูปทรงก็ต้องดูดี แถมมีประโยชน์ บ้านเราเมื่อ 2-3 ปีก่อนก็นิยมสวนแบบนี้กัน ถึงขนาดมีการพิมพ์หนังสือสวนอังกฤษ ที่เขียนโดยอำนาจ คีตพรรณา นักจัดสวนมีชื่อของไทย

       ...พัฒนาการสวนครัวยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และทั่วไปในยุโรป แม้บางยุคจะดูเงียบงันไปบ้าง เรียกว่ามีจุดเฟื่องฟูก็มีจุดเสื่อม มรดกสวนครัวจากยุโรปก็ได้ผ่านไปสู่โลกใหม่ของโคลัมบัส และเริ่มปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคชาวไร่ ปลูกพืชเพื่อการค้า จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สอง สวนครัวแทบจะหายไปจากสารบบสากล เพราะทั้งโลกต่างหันมาผลิตอาหารในแบบอุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ วิถีชีวิตคนเริ่มเปลี่ยนไป จากเคยปลูกไว้กินเอง ก็เปลี่ยนมาซื้อหาจากตลาดและซูปเปอร์มาร์เก็ตในที่สุด ...สวนครัวที่เคยรุ่งเรืองก็กลายมาเป็นสวนข้างบ้าน หลังบ้าน หรือสวนกระถางบนระเบียงคอนโดฯ ให้เราได้เก็บกินเล็กๆ น้อยๆ หรือเอาไว้ดูเล่น

        ....ดังนั้นแทนที่จะทำสวนสวยไว้ดูเล่น ก็ลองมาทำสวนกินได้ อย่าง สวนครัว ดูบ้าง ก็น่าจะดี แต่ขอแนะนำว่า คุณควรเป็นคนที่ชอบทำอาหาร เพราะจะได้ไม่เสียของ  และต้องมีใจให้ต้นไม้ด้วย เพราะพืชสวนครัวเป็นพวกชอบการดูแล ชอบถูกกระทำ ถ้าหมั่นเด็ดใบ ตัดยอด มันจะชอบ ออกดอก ออกใบ ไม่ใช่ปล่อยทิ้งให้อยู่ตามยถากรรม เป็นอาหารนก อาหารแมลงไปวันๆ แล้วเราก็จะรู้สึกเซ็งๆ ไม่รู้จะมีสวนครัวไว้ทำไม สร้างภาระให้ตัวเองและคนข้างๆ

           ว่างๆ ลองหาพืชสวนครัวมาปลูกลงกระถางหรือภาชนะต่างๆ ใช้ความรู้ทางองค์ประกอบศิลป์นิดๆ หน่อยๆ จัดวางให้ดูน่าสนใจ หรือวางประดับแทนดอกไม้ในแจกัน หรือจะเสิร์ฟทั้งกระถางบนโต๊ะอาหาร ให้เด็ดกินกันสดๆ ก็เก๋ดี แต่ขอบอกว่าต้องสะอาด ปลอดสารเคมีจริงๆ  

Comment

Comment:

Tweet

พเพะ

#3 By เ (182.93.153.10) on 2010-09-17 15:18

นึกถึงนโยบายของรัฐบาลเมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ
"ผักสวนครัว รั้วกินได้"

#2 By "Gift Jewelry" on 2010-04-29 15:28

เราก็ทำสวนครัวในกระถางอยู่เหมือนกันค่ะconfused smile

#1 By ❤NoRWAN❤ on 2010-04-29 14:52