เรียนรู้จิต รักษาใจ

posted on 15 Dec 2009 11:08 by sewingmania in journey

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านภิกษุณี "ธรรมวิชชานี" ที่ อ.บ้านไร่ จ. อุทัยธานี 

ครั้งแรกคิดว่าแค่ไปเยี่ยม แต่เมื่อไปถึงก็เลยขออยู่ปฏิบัติธรรมต่อ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อใช้เป็นแผนที่นำทางชีวิตต่อไป ตามคำของท่าน

 

ในประเทศไทยเรานี้ ไม่มีภิกษุณีมานานแล้ว แต่ไม่ใช่ไม่เคยมี เท่าที่พอจำได้เลาๆ จากการอ่านหนังสือและเครือข่ายใยแมงมุม บอกว่า ไทยเราเคยมีในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ แต่ต่อมาก็เลิิกไป เรื่องราวของการรื้อฟื้นและเลิกไปนั้น น่าสนใจมาก ในรุ่นนี้ที่มีชื่อเป็นที่รู้จัก (ได้ยินบ่อยๆ) คือ สามเณรี อ.ฉัตต์สุมาลย์ กบิลสิงห์ ซึ่งต่อมาบวชเป็นภิกษุณีชื่อ "ธัมมนันทา" วัดทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม นอกจากนี้ก็มีท่านอื่นๆ เช่น ท่านนันทาญาณี ที่เชียงใหม่

 

ขอกล่าวถึงท่านภิกษุณีที่ฉันรู้จัก ท่านบวชมาจากศรีลังกา ฉันรู้จักท่านเมื่อครั้งไปวัดธรรมาราม จ.อยุธยา ตอนนั้นท่านยังเป็นสามเณรี  ท่านมาขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้าอาวาสวัดธรรมาราม เพื่อขอทอดผ้าป่าหาเงินไปซื้อที่ดินให้กับวัดที่ศรีลังกาที่ท่านไปบวช เพื่อให้มีสถานที่กว้างขวางพอให้ผู้ที่สนใจในธรรมได้มีพื้นที่ศึกษาต่อไป

 

ท่านเล่าว่าต้องปฏิบัติธรรมในฐานะสามเณรีก่อน ประมาณ 2 ปี จึงจะบวชเป็นภิกษุณีได้ ซึ่งต่อมาท่านก็ได้บวช และกลับมาจำพรรษาที่เมืองไทย และตั้งสำนักธรรมวิชชาราม ที่ จ.อุทัยธานี

 

พวกเราออกเดินทางกันในเช้าวันเสาร์์ หลงทางกันบ้างตามประสา  ไปที่ไหนไม่หลงทางก็ไม่ใช่พวกเรา

 

สำนักธรรมล้อมรอบด้วยไร่อ้อย เพราะเป็นสถานที่ที่คุณแม่ของภิกษุณีถวายให้ และซื้อเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง ท่านเริ่มปลูกสร้างที่พัก โบสถ์ และศาลาอย่างเรียบง่ายด้วยไม่้เก่าของญาติที่ถวายมา พอพวกเราเห็นรูปที่ท่านส่งมาให้ดูก็เลยรู้สึกชอบ เพราะอาคารของท่านดูเรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา เพราะท่านเคยมีอาชีพเป็นสถาปนิกมาก่อน

 

เราปฏิบัติธรรมกันแบบง่ายๆ ไม่ต้องใส่ชุดขาว เพราะการปฏิบัติฉันว่าอยู่ที่ใจมากกว่า หลังจากเล่าสิ่งต่างๆ ของตัวเราให้ท่านฟัง ท่านก็สอนเรื่อง มหาสติปัฏฐาน 4 แล้วเริ่มด้วยการเดินจงกรม เพื่อดูความคิดของตัวเอง ตอนค่ำก็ทำวัตรเย็น แล้วนั่งสมาธิเพื่อดูเวทนา หรือเวทนานุปัสสนา จากนั้นก็สนทนาธรรมกัน แล้วก็เข้านอน ตอนเช้าก็ปฏิบัติตามแต่จริต พี่ปลาแป้นกับมาโนชขอไปเดินจงกรม ส่วนฉันกับเอ๋ขอมานั่งสมาธิแทน

สายๆ ก็ช่วยรดน้ำต้นไม้ ฟังธรรมเรื่อง "จิต" ท่านบอกว่าจิตของคนเรานั้นซับซ้อนมาก การปฏิบัติของแต่ละคนจึงต้องแตกต่างกัน แต่สำคัญแล้วก็คือการรู้ตัว และไตรลักษณ์ ซึ่งก็คือการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หรือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา  โดยให้เราเป็นผู้ดูว่าจิตของเราคิดอะไรอยู่ ตามดูไปเรื่อยๆ เหมือนเราดูหนัง แต่เราจะเลือกดูเฉพาะจิตที่คิดชอบไม่ได้ ต้องดูให้รู้ทั้งจิตที่คิดชอบและคิดไม่ชอบ เราจะรู้ว่าพอเราคิดเรื่องนี้เสร็จ ก็มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นมาอย่างไม่จบสิ้น วนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไป เมื่อดูไปเรื่อยๆ ใจก็จะเริ่มเป็นกลาง และก็จะเบื่อหน่าย คลายกำหนัดไปเอง 

อันนี้เอาคร่าวๆ ก่อน เพราะเพิ่งเริ่มอาจจะยังไม่เข้าใจเท่าไร แต่เท่าที่ทำดูก็รู้สึกเหมือนท่านบอก จิตเรานี่มันว้าวุ่นจริงๆ ขณะเขียนอยู่นี่ มันก็ชวนให้วอกแวก คิดเรื่องอื่นๆ ไปตั้งเยอะ จนไม่อยากจะจำว่า วอกแวกไปที่เรื่องไหนบ้าง แต่ก็รู้ตัวว่า จิตมันพาเราออกนอกทางไปหลายหนแล้ว

ลงรูปให้ดูค่ะ ตอนนี้ยังไม่ร่มเย็นเท่าไร เพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่อยากให้ทุกคนที่สนใจลองไปเยี่ยมท่าน และศึกษาธรรมจากท่านดูบ้างค่ะ

กุฎีของท่าน 

 

กุฎีสำหรับผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติ หลังนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง รถที่เห็นเป็นของช่างที่เข้ามาจัดการ

  

โบสถ์กลางบ่อน้ำ และกฎีอีกหลัง  

 

สองรูปนี้เป็นศาลาสำหรับแสดงธรรม และปฏิบัติกิจต่างๆ ตอนนี้มีช่างเข้ามาปรับปรุงห้องน้ำ ทั้งจะต้องเอาผ้าใบกันสาดลง เพราะชาวไร่เขาเผาต้นอ้อย ทำให้มีฝุ่นมาก

 

 ไม่ได้ขออนุญาตถ่ายรูปท่านมาลงเลย หากสนใจแวะชมที่ http://www.buddhistnun.net/

 

 

 

  

edit @ 16 Dec 2009 11:10:30 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

ไปยังไงคะ รบกวนด้วยคะ

#5 By (49.230.69.217|49.230.69.217) on 2014-09-18 07:25

อนุโมทนา

#4 By (180.183.143.22|180.183.143.22) on 2014-08-06 21:14

เยี่ยมจริงๆ ได้ดู อิ่มใจ ศรัทธาค่ะ

#3 By (119.31.73.140) on 2010-06-05 21:03

ตอบคุณ iamibe ถ้าคิดว่าจะมีประโยชน์ก็ยินดีนะคะ

#2 By bear a wish on 2009-12-18 16:11

ขออนุญาตเอา link ไปลงที่หน้า blog นะคะชอบมากๆ ค่ะ ^^

#1 By iamibe (112.142.233.96) on 2009-12-18 15:26