my teddy bear

posted on 20 Nov 2009 16:49 by sewingmania in hobby

คุณจะเชื่อหรือไม่ว่า ในบรรดาตุ๊กตารูปสัตว์ที่ผลิตขึ้นมาในโลกใบนี้ หมีน้อยเท็ดดี้แบร์ เป็นตุ๊กตาที่ได้รับความนิยมสูงสุด           

อะไรเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ตุ๊กตาหมีครองใจผู้คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกมานับเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งศตวรรษ ทั้งๆ ที่ หมีตัวเป็นๆ นั้นเป็นสัตว์ที่มีหน้าตาออกจะดุร้าย น่ากลัว จนสมัยหนึ่งนิยมล่ากันเพื่อความเพลิดเพลิน

         เชื่อแน่ว่า คำตอบมีอยู่ในใจของทุกคน

             แล้ว หมี มาเป็น ตุ๊กตาหมี แล้วมาเป็น เท็ดดี้แบร์ ได้อย่างไร 

            ตามประวัติที่มีการบันทึกกันมานั้น ก็ไม่สามารถฟันธงได้อย่างแน่นนอนว่า ตุ๊กตาหมีเกิดขึ้นเมื่อไร โดยใครกันแน่ เพราะมีที่มาอยู่ 2 แหล่งใหญ่ ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

เริ่มต้นที่มิสซิสซิปปี้
ส่วนหนึ่งของเรื่องเริ่มต้นขึ้นที่อเมริกา เมื่อประธานาธิบดีทรีโอดอร์ รูสเวลล์ เดินทางพร้อมด้วยคณะเข้าไปล่าสัตว์ในป่า Backwood มลรัฐมิสซิสซิปปี้ หลังจากล่าสัตว์อยู่ 4 วันก็ยังไม่ได้สัตว์ใดๆ เลย ผู้ติดตามต่างก็ไม่อยากให้ท่านประธานธิบดีต้องกลับบ้านมือเปล่า และนี่คือที่มาของเรื่อง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเรื่องเล่าอันน่าประทับใจที่สุดแห่งยุค เมื่อนักล่าสัตว์ได้จัดฉากขึ้น ด้วยการจับลูกหมีมาไว้ที่ต้นไม้ และเคลียร์พื้นที่ให้ประธานาธิบดีได้ยิงมัน แต่ท่านประธานาธิบดีได้กล่าวปฏิเสธด้วยเห็นว่าหมีนั้นยังเล็กนัก

ความรับผิดชอบเมื่อกลับบ้าน
นักวาดการ์ตูนการเมือง ชื่อ คลิฟฟอร์ด เบอร์รีแมน ซึ่งเดินทางไปกับคณะของประธานาธิบดีรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาของท่านประธานาธิบดีมาก จึงวาดการ์ตูนลงในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1902 ซึ่งประทับใจคนอเมริกันเป็นอันมาก เนื่องจากหมีที่เบอร์รีแมนวาดนั้นดูน่ารักและน่าสงสารยิ่งนัก การ์ตูนนี้ได้ทำให้มอร์ริส มิชทอม ชาวรัสเซียอพยพที่เปิดร้านขายลูกกวาดและนิยายที่บรุคลิน นิวยอร์คอย่างมาก เกิดแรงบันดาลใจของการผลิตสินค้าใหม่ เขาได้จึงขอให้โรส ผู้เป็นภรรยา เย็บตุ๊กตาหมีโดยใช้บุคลิกของหมีในการ์ตูนดังกล่าวเป็นแบบ แล้วนำออกโชว์ที่หน้าร้านพร้อมกับสโลแกน Teddy’s bear-หมีของเท็ดดี้

ในเวลาเดียวกันนี้ที่ Giengen Germany !
ขณะที่โรส มิชทอม เย็บหมีตัวแรกขึ้นที่บรุคลิน Magarete Steiff ช่างตัดเสื้อที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการผลิตตุ๊กตาผ้ารูปช้าง ริชาร์ด หลานชายของเธอจึงคิดขยายกิจการ หลังจากใช้เวลาสเก็ตรูปหมีในสวนสัตว์สตุชการ์ด เขาก็ได้ผลิตตุ๊กตาหมีจากผ้าโมแฮร์ที่มีแขน-ขาหมุนได้ขึ้นในปีค.ศ. 1902 ซึ่งเป็นปีเดียวกับตุ๊กตาหมีในอเมริกาได้ถือกำเนิดขึ้น

ความสุขที่มาบรรจบกัน
ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นผู้ผลิตตุ๊กตาหมีออกขายเป็นครั้งแรก แต่ตุ๊กตาหมีได้เข้ามาสู่ใจผู้ซื้อทั่วโลก เดอะมิชทอม ที่บรุคลินไม่สามารถผลิตตุ๊กตาหมีได้มากตามความต้องการของตลาด เขาได้ร่วมกับ Ideal Novelty and Toy เพื่อผลิตตุ๊กตาหมีจนกระทั่งถึงปีค.ศ. 1984 ตามตำนานกล่าวว่า มอรร์ริส มิชทอม เขียนถึงประธานาธิบดีรูสเวลล์เพื่อขออนุญาตใช้ชื่อของเขาในการทำการตลาด ซึ่งรูสเวลล์ก็สงสัยว่าชื่อของเขาจะสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ก็อนุญาตให้ใช้ มิชทอมไม่ได้จดรับรองสิทธิ์ใดๆ ในชื่อนี้ ซึ่งทำให้ Teddy’s Bear กลายเป็นชื่อเรียกตุ๊กตาหมีตั้งแต่นั้นมา

ด้าน Steiff ได้นำตุ๊กตาหมีของตนออกโชว์ในงาน Leipzig Toy Fair ในปีค.ศ. 1903 ในวันสุดท้ายได้มีผู้ซื้อรายใหญ่จากห้างสรรพสินค้าในนิวยอร์ค ชื่อ George Borgfeldt and Co. ได้มาเห็นและสั่งซื้อเป็นจำนวนถึง 3000 ตัว การซื้อครั้งนั้นได้กลายมาเป็นที่รู้จักกันดีในเยอรมันนีว่า ปีของหมี (the Barenjahre-Bear Year)

ในช่วงปีค.ศ. 1903-1908 การผลิตตุ๊กตาหมีเติบโตอย่างรวดเร็ว จาก 12000 ตัวก็มาเป็นเกือบล้านตัวทั่วโลก เกิดการลอกเลียนแบบมากมาย ในปีค.ศ. 1905 Steiff จึงได้จดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าพร้อมติดกระดุมที่หู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า Button in the ear”

100
ปีต่อมา Teddy’s Bear ได้กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทำเงินมหาศาล ผลิตในหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ เป็นธุรกิจแฮนด์เมดระดับนานาชาติที่เป็นที่นิยมของนักสะสมทั่วโลก

รูปลักษณ์ของหมีในยุคต่างๆ

ก่อนทศวรรศที่ 1900 หมีในยุคแรกๆ จะออกแบบให้มีลักษณะใกล้เคียงกับหมีจริงๆ มากที่สุด คือมีแขนยาว มีโหนกหลัง และช่วงจมูกและปากยื่นยาว ตาทำจากกระดุมรองเท้าบูธ ผลิตด้วยผ้าโมแฮร์ ซึ่งมีราคาไม่แพงและดูคล้ายขนเฟอร์ ที่นิยมใช้ผลิตตุ๊กตาสัตว์อื่นๆ ปากและจมูกปักด้วยด้ายสีน้ำตาลหรือดำ อุ้งมือและอุ้งเท้าทำจากสักกะหลาด ภายในบรรจุเศษไม้ ซึ่งทำจากไม้เนื้อดีสับละเอียด

ทศวรรษที่ 1920 ลูกตาหมีที่ทำจากกรุดุมรองเท้าบูธได้ลดความนิยมลง โดยเปลี่ยนมาใช้แก้วเป่า บริษัทผู้ผลิตในสหราชอาณาจักรจะบรรจุภายในตัวด้วยนุ่น ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใส่ไว้ในเสื้อชูชีพระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้หมีมีน้ำหนักเบา ราคาถูก และถูกสุขอนามัยมากกว่า โดยเฉพาะหมีที่ผลิตในทศวรรษที่ 1920-1930 นี้ที่อุ้งเท้ายังเสริมความแข็งแรงด้วยกระดาษแข็งอีกด้วย

ทศวรรษที่ 1930 ผู้ผลิตหมีรายสำคัญๆ เริ่มจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เช่น ฉลากที่ปักชื่อผู้ผลิตหรือกระดุมไว้ที่ตุ๊กตาหมี ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่ติดฉลาก เป็นทริคที่ช่วยให้นักสะสมในปัจจุบันสามารถแยกแยะหมีในแต่ละยุค ในช่วงนี้มีการผลิตผ้ามัสลินอาบน้ำมัน ที่เรียกว่า เร็กซีน ซึ่งนิยมนำมาทำอุ้งมือ อุ้งเท้าของหมีจนกระทั่งถึงปีค.ศ. 1960 (หลังจากนี้แทบไม่มีหลงเหลือให้เห็น ปัจจุบันผู้ผลิตหมีเพื่อสะสมลงความเห็นว่า หมีที่ผลิตในช่วงเวลานี้นิยมใช้ผ้าฝ้ายพิมพ์ด้วยสีอะครีลิกแห้งเร็วเป็นอุ้งเท้า) เมื่อโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็เริ่มขาดแคลน ตุ๊กตาหมีในช่วงนี้จึงเริ่มดัดแปลงมาเป็นแบบไม่มีข้อต่อ แขนขาสั้นลง ใช้ผ้าสักหลาดอ่อนแทนผ้าโมแฮร์ ส่วนอุ้งเล็บก็ใช้วิธีปักด้วยมือ

ทศวรรษที่ 1940 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตุ๊กตาหมีเริ่มปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์อีกครั้ง คือ ตัวใหญ่ หัวกลม จมูก-ปากแบน หลังตรง และแขนขาสั้น แม้ผลของสงครามยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีการคิดค้นวัสดุใหม่ๆ ขึ้นมาใช้ เช่น การผลิตเส้นใยสังเคราะห์ เช่น อะครีลิก ไนลอน และใยไหมสังเคราะห์ โดยนำมาทอบนผ้าขนสัตว์ (woven backing) ซักทำความสะอาดได้ มีหลายสี เช่น สีขนแกะธรรมชาติ และสีย้อม ซึ่งได้รับความนิยมมาก หลังปีค.ศ. 1939 นุ่นเริ่มขาดแคลนจึงมีการนำเศษฝ้ายและเศษขนสัตว์มาปั่นแล้วบรรจุภายใน

ทศวรรษที่ 1950-1960 ในช่วงเวลานี้ ตุ๊กตาหมีมีความคล้ายคลึงหมีน้อยลง กล่าวคือ จากที่เคยเป็นหมีก็กลายมาเป็นลูกหมี มีหัวโต อ้วน ตัวสั้น อ่อนนุ่ม มีสีสันหลากหลายเพราะใช้ขนสังเคราะห์ ในทศวรรษที่ 1950 ตาทำจากแก้วหล่อหรือพลาสติก ซึ่งยังคงใช้กันมาจนปัจจุบัน รวมทั้งมีการทำจมูกด้วยยาง อุ้งมือ และเท้าใช้ผ้าทำด้วยผ้ากำมะหยีเทียม หนัง หนังกลับ และหนังเทียม

หมีสมัยใหม่
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปีค.ศ. 1970 เป็นสาเหตุให้อุตสาหกรรมผลิตตุ๊กตาหมีอยู่ในภาวะย่ำแย่ ในช่วงนี้จึงมีการแบ่งตุ๊กตาหมีออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

  • แบบแรกผลิตเพื่อการค้า ใช้วัสดุสังเคราะห์ มีลักษณะเป็นลูกหมีหน้าตา น่ารัก ปลอดภัยสำหรับเด็กเพราะซักทำความสะอาดได้
  • แบบที่ผลิตเพื่อเป็นงานศิลปะหรือของสะสม ซึ่งยังคงลักษณะและใช้วัสดุของหมีที่เคยทำมาตั้งแต่อดีต ตุ๊กตาหมีรูปแบบนี้มักมีราคาแพง

 

เรียบเรียงจาก Gilchrist,Paige.Making Teddy Bears:Celebrating 100 years:Project Pattern History Lore.Lark Book, NY 2001


 

edit @ 20 Nov 2009 17:36:43 by bear a wish

Comment

Comment:

Tweet

ก้อ ok.ot ควรเพิ่มรูปภาพอีก confused smile big smile

#1 By นานี่ (118.173.150.138) on 2010-06-27 13:17